ครีมหน้าใส ขัดผิวลอกหน้า อาจทำให้ผิวเป็นฝ้าได้ เชื่อหรือไม่ ?

ใครจะไปคิดว่า การใช้ครีมตามท้องตลาดทั่วๆ ไปที่เห็นว่าคนนั้นใช้แล้วผิวดี คนนี้ใช้แล้วหน้าใส เราใช้ตามเขาแต่สุดท้ายไม่เป็นอย่างที่คิด “อยู่ๆ ผิวก็พัง สิวเริ่มขึ้นจนบานปลายมาสู่ปัญหาฝ้า” คุณพรผกา เจ้าของธุรกิจดูแลเส้นผม จากสาวที่ผิวหน้าปกติดี ไม่มีปัญหาอะไร แต่ไปใช้ครีมตามคนอื่น ใครบอกว่าตัวนี้ใช้ดี จึงไปหาซื้อมาใช้บ้างใช้ตอนแรกหน้าก็ใสดี พอใช้ไปสักระยะหนึ่งเกิดเหตุ “ผิวหน้าเริ่มมีสิวขึ้นจากเม็ดสองเม็ด ก็เริ่มขึ้นเยอะขึ้นเรื่อย”เมื่อหน้าเป็นสิว ก็นำไปสู่การเข้าร้านกดสิวซึ่ งเป็นร้านเสริมสวยทั่วๆ ไป (ที่ไม่ใช่คลินิก) แค่กดอย่างเดียว ไม่มีการแนะนำหรือให้ยามาทาหลังการกดสิว ซึ่งหลังกดผิวก็จะทิ้งรอยแดงไว้สะสมไปเรื่อยๆ จนเกิดเป็นรอยดำตามมารอยดำจากสิวเป็นเหตุ นำไปสู่การใช้ครีมลดรอยดำ บวกกับการนวดหน้า ขัดหน้า เพราะอยากให้รอยดำจางลงอยากมีผิวหน้าที่ขาวใส ทำครั้งแรกเห็นผลหน้าเริ่มใสขึ้นมานิดหน่อย จากนั้นก็ไปขัดหน้าเรื่อยๆ เป็นสิบครั้ง ผิวหน้ากลับดำขึ้นกว่าเดิม เริ่มสังเกตว่านี่ไม่ใช่แค่รอยดำธรรมดาๆ แล้ว แต่ผิวหน้าเริ่มเป็นฝ้า จากที่ตอนแรกเป็นแค่นิดเดียวไม่เยอะมาก ขัดไปขัดมาฝ้าเริ่มดำกระจายขึ้นเต็มหน้า จนทำให้รู้สึกว่าต้องพอกับวิธีการดูแลผิวแบบเดิมๆ จึงตัดสินใจเสิร์ชข้อมูลทางอินเทอร์เน็ต และได้มาเจอกับ BSL Clinic

สาเหตุอะไรกันแน่ ที่ทำให้ผิวเป็นฝ้าถาวร

ผลลัพธ์อาจเปลี่ยนแปลงไปในแต่ละบุคคล

สาเหตุอะไรบ้างที่ทำให้อยู่ดีๆ จากผิวปกติ ก็กลับมีสิวขึ้นมาและฝ้าเข้มขึ้นด้วย

  • ครีม ผลิตภัณฑ์ทาผิวหน้า ที่หาซื้อได้ตามตลาดทั่วไป หรือตามอินเตอร์เน็ต บางตัวไม่ได้มาตรฐานหรือมีสารปนเปือนที่เป็นอันตรายต่อผิว ใช้ตอนแรกผิวอาจขาวใส แต่ใช้ไปเรื่อยๆ สารอันตรายเหล่านี้จะสะสมอยู่ในผิวและร่างกาย ให้เกิดการแพ้ ผื่นแดง ผิวหน้าดำ ผิวบางลง เกิดฝ้าถาวร
  • การขัดผิวหน้า ลอกหน้าหรือการทำทรีตเมนต์บางตัวจนทำให้ผิวเกิดการอักเสบ ส่งผลให้ผิวหน้าบาง แดงระคายเคืองง่าย ไวต่อแสงแดด จึงเป็นตัวกระตุ้นทำให้ฝ้าเข้มขึ้น

เมื่อเราใช้ครีมที่ไม่ได้มาตรฐาน บวกกับการทำทรีตเมนต์ขัดผิวหน้า จึงทำให้ผิวเกิดการระคายเคืองง่าย สะสมไปเรื่อยๆ สุดท้ายส่งผลเสียกับผิวที่ยากต่อการแก้ไข จากผิวหน้าที่ปกติดีกลับกลายเป็นผิวบางลง แพ้ง่าย อ่อนแอลงเรื่อยๆ และมีสิวกับฝ้าขึ้นทั่วหน้า

แก้ปัญหาฝ้าหนาลึก ได้ตรงจุด เห็นผลจริง ผิวปลอดภัย

ผลลัพธ์อาจเปลี่ยนแปลงไปในแต่ละบุคคล

เริ่มจากการลดเม็ดสีฝ้า (เม็ดสีเมลานินสีดำ) ที่ทำให้เกิดรอยหมองคล้ำที่ผิวหน้านั่นเอง โดยใช้เลเซอร์ที่มีประสิทธิภาพสูงสูดอย่าง เลเซอร์ลดเม็ดสี เทคโนโลยีที่ได้มาตรฐานผ่าน U.S. FDA approved ลงไปทำให้เม็ดสีเมลานินที่อยู่ใต้ผิวหนังแตกออก จากนั้นจะมีตัวเม็ดเลือดขาวมาเก็บกิน เม็ดสีใต้ผิวจึงค่อยๆ จางลง ภายนอกผิวจึงรู้สึกว่าฝ้านั้นค่อยๆ จางลง ซึ่งในกลุ่มเลเซอร์ที่ใช้ในการลดเม็ดสีมีหลายชนิด แต่สิ่งที่คุณหมอบีเอสแอลให้ความสำคัญและเลือกใช้เลเซอร์ชนิดนี้ คือ การทำงานของเลเซอร์ตัวนี้นั้นจะลงไปทำงานแค่ตัวเม็ดสีดำ เฉพาะเจาะจงแค่ตัวเม็ดสีดำ แบบที่ไม่ทำลายผิวข้างเคียง จึงไม่ทำลายผิวด้านบนให้บางลงเลย นี่คือสิ่งที่คนไข้หลายๆ คนกังวล โดยที่เม็ดสีดำจะค่อยๆ ลดลง จะเห็นผลประมาณครั้งที่ 3 และครั้งที่ 5 จากงานวิจัย จะเห็นว่าฝ้าสามารถจางลงได้ประมาณ 80% คุณพวงผกาก่อนที่จะมารักษาฝ้าที่นี่ ก็มีความกลัวว่าการทำเลเซอร์จะทำให้ผิวหน้าบางลงหรือเปล่า? แต่พอได้มาทำการรักษาจริงๆ คุณหมออธิบายถึงหลักการทำงานของเลเซอร์ จึงมั่นใจ บวกกับประสบการณ์แพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านผิวหนังและเลเซอร์กว่า 35 ปี ยิ่งทำให้มั่นใจมากขึ้นไปอีก

สาเหตุอะไรบ้างที่ทำให้อยู่ดีๆ จากผิวปกติ ก็กลับมีสิวขึ้นมาและฝ้าเข้มขึ้นด้วย

  • เลเซอร์ที่มีความเฉพาะเจาะจงกับตัวเม็ดสีเมลานินสาเหตุที่ทำให้เกิดฝ้า
  • คุณหมอบีเอสแอลเชี่ยวชาญในการตั้งค่าพลังงานเลเซอร์ให้ตรงกับชนิดของฝ้า เช่น ฝ้าตื้น ฝ้าลึก ฝ้าผสม
  • ตัวเลเซอร์ที่มีความเจาะจงแค่เฉพาะเม็ดสี จึงไม่ทำลายผิวชั้นบนให้บางลง
  • เห็นผลการรักษา “ฝ้าจางลง” ผิวหน้าขาวกระจ่างใสขึ้น
  • ใช้เวลาในการรักษา 15 นาที ขณะนอนรักษาจะรู้สึกสบายๆ ผิว

สูตรลับจากงานวิจัย กำจัดเม็ดสีฝ้า เข้มและหนาขนาดไหน ไม่ต้องเครียด ฝ้าจางลงจริง

ผลลัพธ์อาจเปลี่ยนแปลงไปในแต่ละบุคคล

ผิวหน้าโดนรบกวนจากการขัดผิวอย่างรุนแรงมามาก จึงทำให้ผิวอ่อนแอ อักเสบและบอบเป็นอย่างมาก สูตรลับในการกู้ผิว เติมพลังให้ผิวกลับมาแข็งแรงมากขึ้น แนะนำเป็นเลเซอร์ตัวนี้ ได้ผลลัพธ์ที่มากกว่า กำจัดเม็ดสีที่ผิดปกติออกจากผิว ยังช่วยกระตุ้นการสร้างเซลล์ผิวใหม่ที่แข็งแรงขึ้น ด้วยเลเซอร์ “กำจัดเม็ดสี” จุดเด่นของเลเซอร์ตัวนี้คือ

  1. ช่วยกำจัดเม็ดสีเมลานินที่ฝังลึกอยู่ใต้ด้านล่างของผิวหนังแท้ ช่วยทำให้ฝ้าจางลงเร็วขึ้น
  2. แสงเลซอร์ต่อ 1 ตารางเซนติเมตรทำได้ 2,000 – 3,000 จุดเล็กๆ ยังสามารถช่วยกระตุ้นให้เกิดการสร้างคอลลาเจนขึ้นมาใหม่ ผิวที่อ่อนแอไวต่อแสงจึงเปลี่ยนเป็นผิวที่แข็งแรง สุขภาพดีขึ้น
ผลลัพธ์อาจเปลี่ยนแปลงไปในแต่ละบุคคล

หลังทำเลเซอร์กำจัดเม็ดสีออก ผิวจะมีสีชมพูระเรื่อถึงแดงประมาณ 1-3 ชม. และหลังจากนั้นวันที่ 1-2 จะเห็นว่ามีตัวขยะของผิว หรือที่เราเรียกว่า “MENDs” ลักษณะเป็นสะเก็ดผิวละเอียดและเล็กมากๆ อยู่ที่ด้านบนของผิว หลังจากนั้นวันที่ 5-7 ขยะของผิวก็จะหลุดออก โดยไม่ได้มีแผลอยู่ด้านล่างหรือด้านบนผิวเลย ซึ่งหลังการทำเลเซอร์นั้นสามารถล้างหน้า แต่งหน้า ใช้ชีวิตได้ตามปกติ ที่ประเทศสหรัฐอเมริกามีการวิจัยเกิดขึ้น 90% ของคนไข้ ผลการรักษาฝ้าด้วยเลเซอร์กำจัดเม็ดสีฝ้าจางลงถึง 75% ขึ้นไป หลังทำไป 2 ครั้งผิวจะดีขึ้น หลังทำ 3 ครั้ง ผ่านไปหนึ่งเดือน สองเดือน ผิวจะค่อยๆ กระจ่างใสขึ้น ฝ้าจางลง รูขุมขนเล็กลง ผิวแข็งแรงแบบไม่ทำลายผิวด้านบนให้บางลงแน่นอน

ผลลัพธ์อาจเปลี่ยนแปลงไปในแต่ละบุคคล

บำรุงลึกถึงระดับเซลล์ กระตุ้นผิวให้แข็งแรง พร้อมเผยผิวให้กระจ่างใสอ่อนกว่าวัย

ผลลัพธ์อาจเปลี่ยนแปลงไปในแต่ละบุคคล

งานบำรุงและฟื้นฟูผิวให้แข็งแรงลึกถึงระดับเซลล์ ต้องยกให้ขั้นตอนนี้เลย “เซลล์เธอราปี” (Cell Therapy) ทำทันทีหลังวิธีการรักษาด้วยเลเซอร์กำจัดเม็ดสีออก หากใครรู้สึกว่าผิวอ่อนแอหรือผิวผ่านการโดนรบกวนทำร้ายมาเยอะ เซลล์เธอราปี แก้ปัญหาได้อย่างตรงจุดแน่นอน เป็นการใช้เซลล์ต้นกำเนิดซ่อมเซลล์ผิวที่เสื่อมสภาพ ซึ่งเป็นสาเหตุของการเกิดฝ้าเป็นการพลิกฟื้นเซลล์ผิวให้แข็งแรงขึ้น นอกจากนี้แล้วยังช่วยให้การสร้างเม็ดสีลดลงฝ้าก็จะจางลง เพื่อผลการรักษาที่ดีในระยะยาว

ฉายแสงฟื้นฟูผิวเคล็ดลับช่วยกู้ผิวคล้ำเสียจากแสงแดด

ผลลัพธ์อาจเปลี่ยนแปลงไปในแต่ละบุคคล

การฉายแสงนี้ เป็นขั้นตอนหลังการทำเลเซอร์กำจัดเม็ดสีและเซลล์เธอราปี เพื่อจะทำให้การฟื้นฟูผิวนั้นเป็นไปอย่างล้ำลึกขั้นสุด อีกทั้งความพิเศษของการฉายแสงยังช่วยลดความหมองคล้ำของผิว ฟื้นฟูผิวที่ถูกทำลายจากแสงแดด ช่วยลดการอักเสบของผิวชั้นหนังแท้ซึ่งทำให้โอกาสเกิดการสร้างฝ้าหรือเม็ดสีใหม่นั้นน้อยลงได้ ขณะนอนฉายแสงจะรู้สึกสบายๆ ไม่แสบ ไม่ร้อนผิว หลังทำจะสังเกตได้ว่าผิวดูกระจ่างใสขึ้น

ฉายแสงฟื้นฟูผิวเคล็ดลับช่วยกู้ผิวคล้ำเสียจากแสงแดด

จากที่เคยผิวพัง เพราะการใช้ครีมที่ไม่ได้มาตรฐาน มีสารเคมีอันตรายที่เป็นอันตรายต่อผิวปนเปื้อน ดังนั้นเมื่อเรากำลังเดินมาถูกทางแล้ว ตั้งแต่การรักษาฝ้าด้วยเลเซอร์ เรื่องครีมและผลิตภัณฑ์ดูแลผิวหน้าจึงเป็นเรื่องที่สำคัญมากๆ ตัวช่วยที่ดีที่จะทำให้ฝ้าจางลงอย่างรวดเร็วและป้องกันไม่ให้ฝ้ากลับมาเข้มขึ้นอีก คือ ผลิตภัณฑ์ Skinesia ที่สามารถหยุดยั้งการทำงานและกระบวนการสร้างเม็ดสีได้ครบทั้ง 4 ขั้นตอนคือ 

  1. หยุดยั้งเซลล์ต้นกำเนิดที่เปรียบเสมือนโรงงานสร้างเม็ดสีออกมามากผิดปกติ
  2. หยุดยั้งสารตั้งต้นในการสร้างเม็ดสี
  3. หยุดยั้งกระบวนการสร้างเม็ดสีโดยการขัดขวางเอมไซน์การสร้างเม็ดสี
  4. หยุดยั้งการส่งผ่านเม็ดสีสู่ชั้นผิวหนังและสามารถช่วยให้ฝ้าจางโดยลดการทำงานของเซลล์สร้างเม็ดสี และทำให้เม็ดสีเมลานินลดลง

ครีมเปรียบเสมือนสกินแคร์ที่ผิวต้องได้รับการบำรุงทุกวัน ดังนั้นสิ่งที่เราจะเติมเข้าไปบำรุงผิว เราต้องมั่นใจว่าต้องปลอดภัยกับผิว และผิวเรามีปัญหาอะไรครีมนั้นต้องแก้ปัญหาผิวของเราได้อย่างตรงจุด ซึ่งในการรักษาฝ้านั้นตัวครีมของบีเอสแอลทุกตัวอยู่ในการดูแลของคุณหมอผู้เชี่ยวชาญด้านผิวหนัง ไม่มีสารเคมี สเตียรอยด์ สารกันเสียหรือน้ำหอมซึ่งเป็นอันตรายต่อผิวหรือทำให้ผิวระคายเคือง อีกทางสามารถใช้ในระยะยาวมีความปลอดภัยสูงต่อผิว ช่วยให้ผิวได้รับการฟื้นฟูอย่างล้ำลึกให้ผิวแข็งแรงขึ้น ขาวกระจ่างใสขึ้น

เอาชนะปัญหาฝ้า เผยผิวกระจ่างใส สุขภาพผิวดีแบบปลอดภัยในระยะยาว

ผลลัพธ์อาจเปลี่ยนแปลงไปในแต่ละบุคคล
ผลลัพธ์อาจเปลี่ยนแปลงไปในแต่ละบุคคล
ผลลัพธ์อาจเปลี่ยนแปลงไปในแต่ละบุคคล

รักษาถูกวิธี ผิวหน้าจากที่เคยมีปัญหาเป็นฝ้าแบบหนาๆ ก็จางลงเหมือนเปลี่ยนผิว เป็นคนละคน เป็นคุณพรผกาคนใหม่ ที่ผิวหน้าดูสดใสขึ้น เหมือนได้ผิวหน้าใหม่ที่ขาวกระจ่างใสขึ้น แทบมองไม่เห็นรอยฝ้า จากที่เคยมีสิวอยู่บ้างสิวก็หายไปด้วย เรียกได้ว่าเป็นการปรับสภาพผิวให้ดีขึ้นกว่าเดิม เอาชนะปัญหาฝ้าด้วยการรักษาที่ถูกต้อง คนรอบข้างทักว่าไปทำอะไรมา !! ผิวถึงดี ฝ้าจางลง ขาวใสขึ้นได้ขนาดนี้ คุณพรผกาถึงกับปลื้มและหลงรักผิวของตัวเองมากขึ้น เพราะการได้มารักษาฝ้าที่บีเอสแอลนั้น เป็นการลงทุนให้กับผิวที่คุ้มค่ามากที่สุดเท่าที่เคยดูแลผิวมาเพราะสามารถตอบโจทย์แก้ปัญหาฝ้าได้อย่างตรงจุดมากๆ

รวบรวม VDO Review ผลการรักษาฝ้าของคุณพรผกาไว้ที่นี่

EP 1 รีวิว ใช้เลเซอร์รักษาฝ้า ?

EP 2 ลาขาด เรื่องฝ้าๆ