Logo BSL Clinic
Logo BSL Clinic
Logo BSL Clinic
TH | EN
รักษาแผลเป็น

รักษารอยแผลเป็นจากสิว อุบัติเหตุ หรือการผ่าตัด

รักษาแผลเป็น ให้ผิวดูเนียนขึ้นได้ โดยไม่ต้องผ่าตัด

icon-treatment-min
Treatments
icon-doctor-bsl-min
Doctor
icon-location-bsl-min
Appointment

สารบัญเนื้อหา

แผลเป็นอาจเป็นร่องรอยที่บั่นทอนความมั่นใจ ไม่ว่าจะเป็นแผลจากอุบัติเหตุ การผ่าตัด หรือรอยโรคต่าง ๆ หลายคนพยายามค้นหา วิธีลดรอยแผลเป็นที่ช่วยฟื้นฟูและลดรอยแผลเป็นได้อย่างมีประสิทธิภาพ ที่ BSL Clinic เราเข้าใจดีว่าผิวของแต่ละคนมีความแตกต่างที่ต้องการได้รับการดูแลที่เหมาะกับแต่ละคน การรักษาแผลเป็นจึงไม่ใช่เพียงการลบเลือนรอยที่ตาเห็น แต่คือการวิเคราะห์ถึงชนิดของแผล ตำแหน่ง และสภาพผิวโดยรวม เพื่อวางแผนการรักษาแบบเฉพาะบุคคลด้วยเทคโนโลยีเลเซอร์ที่ช่วยกระตุ้นการสร้างผิวใหม่ให้เรียบเนียนเเลดูเป็นธรรมชาติภายใต้การดูแลของแพทย์ประจำที่ BSL Clinic

ผิวที่โดนทำให้เกิดรอยแผลสด เมื่อแผลสดเริ่มแห้งและเริ่มหายดี แต่จะทิ้งรอยที่ทำให้ผิวหนังบริเวณที่เกิดแผลมีการเปลี่ยนไปจากเดิม อาจมีเป็นรอยนูนบนผิว ขนาดเล็กใหญ่ก็ตามรอยแผลที่เกิดขึ้น รอยแผลนี้ เป็นความผิดปกติของเนื้อเยื้อในระหว่างที่ผิวทำการซ่อมแซมตัวเองและกลายเป็นแผลเป็น

  1. เกิดจากคอลลาเจนใต้ผิวเรียงตัวกันผิดปกติ
  2. เกิดจากพังผืดใต้ผิวหนังดังรั้ง ทำให้ผิวด้านบนดูขรุขระ

แผลเป็นอาจเป็นร่องรอยที่บั่นทอนความมั่นใจ ไม่ว่าจะเป็นแผลจากอุบัติเหตุ การผ่าตัด หรือรอยโรคต่าง ๆ หลายคนพยายามค้นหา วิธีลดรอยแผลเป็นที่ช่วยฟื้นฟูและลดรอยแผลเป็นได้อย่างมีประสิทธิภาพ ที่ BSL Clinic เราเข้าใจดีว่าผิวของแต่ละคนมีความแตกต่างที่ต้องการได้รับการดูแลที่เหมาะกับแต่ละคน การรักษาแผลเป็นจึงไม่ใช่เพียงการลบเลือนรอยที่ตาเห็น แต่คือการวิเคราะห์ถึงชนิดของแผล ตำแหน่ง และสภาพผิวโดยรวม เพื่อวางแผนการรักษาแบบเฉพาะบุคคลด้วยเทคโนโลยีเลเซอร์ที่ช่วยกระตุ้นการสร้างผิวใหม่ให้เรียบเนียนเเลดูเป็นธรรมชาติภายใต้การดูแลของแพทย์ประจำที่ BSL Clinic

แผลเป็น ยิ่งรักษาเร็ว ยิ่งได้ผลดี

มีงานวิจัยรองรับ การรักษาแผลเป็น ยิ่งรักษาเร็วยิ่งได้ผลดี โดยเฉพาะหลังจากแผลเป็นแห้งดีแล้วประมาณ 1 เดือน ก็สามารถเข้ารักษาได้ จะยิ่งทำให้ผลลัพธ์ของการรักษาดีขึ้น

Reference:
[PMC]. (2024). Effect of Laser and Energy-based Device Therapies to Minimize Surgical Scar Formation: A Systematic Review and Network Meta-analysis. Retrieved from https://pmc.ncbi.nlm.nih.gov/articles/PMC10789167/

 

ทำความรู้จัก แผลเป็น 4 ประเภท

แผลเป็นจากอุบัติเหตุทั่วไป

1. แผลเป็นจากอุบัติเหตุทั่วไป

เกิดจากเนื้อเยื่อผิวหนังได้รับบาดเจ็บ จากการถูกกระแทก ของมีคม ถูกความร้อน หรือเย็นจัด หรือเกิดจากเหตุที่เราไม่คาดคิด นับเป็นแผลเป็นที่เกิดจากอุบัติเหตุ เกิดเป็นรอยแผลหดรั้ง ทำให้บริเวณแผลผิดรูปได้

รอยแผลเป็น

2. แผลเป็นจากการผ่าตัด

การศัลยกรรม การผ่าตัดทั่วไป รวมถึงผ่าคลอดบุตร มักจะทิ้งรอยแผลเป็นที่มีรอยคล้ำสีจางๆ เอาไว้หลังจากที่ตัดไหมไปแล้ว ถ้าเป็นรอยเล็กๆ ใช้เวลาไม่นานนัก รอยแผลก็จะเริ่มจาง ด้วยกลไลการซ่อมแซมของผิว แต่หากเป็นแผลใหญ่มีรอยเป็นปื้นที่ของแผลกว้าง กว่ารอยจะจางลงก็ต้องใช้เวลานาน แต่ก็ยังเห็นเป็นรอยอยู่

รอยแผลเป็น

3. แผลเป็นหลุมสิว

เกิดจากสิวอุดตันถูกเชื้อแบคทีเรีย (P.acne) มาทำการย่อยสิวที่ใต้ผิวหนัง ไม่สามารถออกมานอกผิวได้ ทำให้ใต้ผิวเกิดการอักเสบเป็นหนอง หนองปะทุทำให้คอลลาเจนบริเวณนั้นเกิดการทำลาย ผิวเกิดความเสียหาย แต่ร่างกายจะทำการ ซ่อมแซ่มผิวจนเป็นพังผืดขึงดึงรั้งบริเวณที่ผิวเกิดการอักเสบ และกลายเป็นหลุมสิว ยิ่งถ้าใครเป็นสิวอักเสบเยอะๆ ผิวก็จะยิ่งเสี่ยงต่อการเกิดรอยแผลเป็นหลุมสิว ดังนั้นการรักษาสิวตั้งแต่ที่เป็นสิวอุดตันเล็กน้อย จะช่วยป้องกันผิวไม่ให้เกิดเป็นหลุมสิวที่ยากต่อการรักษา

เลเซอร์รอยแผลเป็น

4. แผลเป็นคีลอยด์ (นูน)

เกิดจากกระบวนการรักษาแผล มีการสร้างคอลลาเจนมากผิดปกติ ทำให้เนื้อเยื่อของแผลเป็นที่เกิดขึ้นกว้างขึ้น จนเกินขอบเขตของแผลเดิม ทำให้มีลักษณะนูนขึ้น มีสีเข้มกว่าสีผิวปกติ และอาจมีอาการคัน หรือเจ็บร่วมด้วย รอยแผลเป็นชนิดนี้จะไม่หายไปเองหรือยุบลงไปเองตามธรรมชาติ

วิธีการรักษารอยแผลเป็น

วิธีการรักษารอยแผลเป็น

แผลเป็นทุกชนิด ไม่ว่าจะเป็นหลุมสิว แผลจากอุบัติเหตุ แผลเป็นนูนคีย์ลอย แผลเป็นผ่าตัดศัลยกรรม แผลไฟไหม้ หรือแผลจากอีสุกอีใส ล้วนส่งผลกระทบต่อความมั่นใจในชีวิตประจำวัน งานวิจัยใน Journal of Plastic, Reconstructive & Aesthetic Surgery พบว่าแผลเป็นที่เกิดขึ้นภายนอกที่สามารถมองเห็นได้ ส่งผลต่อคุณภาพชีวิตเทียบเท่ากับโรคเรื้อรังบางชนิด

ที่ BSL Clinic เราไม่ได้ใช้เลเซอร์เพียงชนิดเดียวแล้วยิงซ้ำ ๆ แต่แพทย์ของเราวิเคราะห์แผลเป็นในหลาย ๆ มิติ ทั้งพื้นผิวของแผลเป็น, สีของแผลเป็น, ตำแหน่งของแผลเป็นบนร่างกาย รวมถึง ความลึก ขอบ เส้นเลือด และอายุของแผล จากนั้นแพทย์จึงออกแบบแผนการรักษาแบบเฉพาะบุคคลที่ผสมผสานหลายเทคโนโลยีเข้าด้วยกัน หลายเทคนิค เพื่อให้เกิดผลลัพธ์ที่มีประสิทธิภาพ

หลักการของเรา แผลเป็นต้องการการรักษาหลายวิธีร่วมกัน ไม่มีเลเซอร์ตัวใดตัวเดียวที่แก้ได้ทุกปัญหา สิ่งสำคัญคือแพทย์ที่รู้ว่าแต่ละแผลต้องใช้เครื่องมืออะไร ลำดับไหนควรใช้เทคนิคอะไรในขั้นตอนที่สำคัญ และตั้งค่าอย่างไร เพื่อให้เกิดผลดีกับคนไข้

นำโดย นพ.วุฒินันท์ สิทธิผลวนิชกุล และ พญ.วิภาณี อัครภูษิต ที่นอกจากจะดูแลรักษาปัญหาผิวประจำอยู่ที่คลินิกแล้ว ตลอดเวลาที่ผ่านมาคุณหมอมีความตั้งใจที่จะศึกษางานวิจัย ยังคงเรียนรู้ และพัฒนาแนวทางการรักษาอย่างต่อเนื่อง จากสถาบันที่ได้รับการยอมรับอย่างแพร่หลาย รวมถึงการศึกษาด้านเลเซอร์จาก Richard Rox Anderson, MD จาก Harvard เป็นหนึ่งในผู้นำสำคัญในการบุกเบิกเลเซอร์ทางการแพทย์

ทำไมต้องรักษาแผลเป็นที่ BSL Clinic ?

โดยทั่ว ๆ ไปการรักษาแผลเป็นด้วยเลเซอร์มักใช้เลเซอร์ 1-2 ชนิด แต่แผลเป็นนั้นมีความซับซ้อนกว่านั้น BSL Clinic นำแนวทางของ Kauvar และคณะ (2020) ที่ตีพิมพ์ใน Lasers in Surgery and Medicine มาใช้จริงทุกเคส โดยแพทย์จะประเมิน 4 ปัจจัยก่อนรักษา ได้แก่

  • ชนิดของแผลเป็น (นูน, บุ๋ม, แดง, สีเข้ม, หดรั้ง)
  • อายุของแผลเป็น (ใหม่หรือเก่า)
  • สีผิวของคนไข้
  • เทคนิคการรักษาแบบผสมผสานที่เหมาะสม 

BSL Clinic นำแนวทางนี้มาใช้จริงกับทุกเคส โดยแบ่งการรักษาออกเป็น 3 ด้านที่ทำงานเสริมกัน

สิ่งที่ทำให้ BSL Clinic แตกต่างคือ เราไม่เน้นสูตรสำเร็จ เพราะแผลเป็นของแต่ละคนควรได้รับการวิเคราะห์และออกแบบแผนรักษาแบบเฉพาะบุคคล เพราะรอยแผลแต่ละแบบ ต้องการเครื่องมือ เลเซอร์ โปรแกรมฉีด และเทคนิคที่แตกต่างกัน จึงจะเกิดผลลัพธ์ที่ดี

ผลลัพธ์ที่ผู้รักษาแผลเป็นจะได้รับ

ผลลัพธ์จากการรักษาแผลเป็นขึ้นอยู่กับหลายปัจจัย ทั้งชนิด อายุ และสีของแผลเป็น รวมถึงจำนวนครั้งที่รักษา สิ่งที่ BSL Clinic ให้ความสำคัญคือ การตั้งความคาดหวังที่ถูกต้อง กับผู้ป่วยทุกราย

ผลลัพธ์ที่คาดหวังได้ ได้แก่ ผิวเรียบเนียนขึ้นอย่างเห็นได้ชัด รูขุมขนกระชับ รอยแดง-รอยดำจางลง แผลเป็นนูนตื้นลง แผลเป็นบุ๋มราบลง และสีผิวสม่ำเสมอขึ้น พร้อมความมั่นใจที่กลับคืนมา โดยเริ่มเห็นผลตั้งแต่เดือนแรก และผลลัพธ์จะดีขึ้นต่อเนื่องภายใน 3–6 เดือนเมื่อคอลลาเจนสร้างใหม่

ผลลัพธ์การรักษา
94%พื้นที่แผลเป็นดีขึ้นPicoWay Resolve Program
76%ลดโอกาสกลับมาเป็นซ้ำRF Microneedle Program
42%ริ้วรอยลดลงCO2 Multi-modal Program
1.5 วันDowntime เฉลี่ยPicoWay Resolve Program

สิ่งที่อยากให้ผู้รักษาเข้าใจ การรักษาแผลเป็นนั้น ไม่สามารถทำให้รอยแผลเป็นหายไปได้ 100% แต่หากได้รับการดูแลรักษาด้วยแนวทางที่เหมาะกับรอยแผลของคุณโดยเฉพาะ จะสามารถปรับผิวให้ดูเรียบเนียนขึ้นได้  ผลลัพธ์แตกต่างกันในแต่ละบุคคล แพทย์จะประเมินการรักษาและแจ้งให้ทราบก่อนเริ่มรักษา

แนวทางรักษาแผลเป็น ที่ช่วยให้ผิวดูเนียนขึ้น

แพทย์ BSL วิเคราะห์ลักษณะของรอยแผล เพื่อผสมผสาน ออกแบบแนวทางการรักษาให้เหมาะกับผิว โดยแบ่งออกตามลักษณะแผลเป็น เพื่อให้คุณมีความมั่นใจมากขึ้น ดังนี้

แผลเป็นตื้น

แผลเป็นที่อยู่ชั้นผิวที่ตื้น ๆ จึงจำเป็นต้องใช้เลเซอร์ที่พลังงานลงชั้นตื้น อย่าง

PicoWay Resolve 1064 nm Program ใช้พลังงาน Picosecond สั้นกว่าเลเซอร์ทั่วไปหลายเท่า สร้างแรงสั่นสะเทือนใต้ผิวแทนความร้อน ในการกระตุ้นคอลลาเจนและอีลาสตินใหม่โดยไม่ทำลายผิวชั้นนอก Downtime เฉลี่ยเพียง 1.5 วัน และ 94% ของพื้นที่รักษาเห็นผลดีขึ้นหลัง 3–6 ครั้ง

Fractional CO2 AcuPulse (Lumenis) Program  เหมาะสำหรับแผลเป็นที่ต้องการปรับพื้นผิวเพิ่มเติม สามารถทำได้ทั้งแบบลึกและตื้นในครั้งเดียว กระตุ้นการสร้างเนื้อเยื่อใหม่ได้อย่างมีประสิทธิภาพ

แผลเป็นชั้นกลาง

รอยแผลที่อยู่ชั้นกลาง ไม่ตื้น ไม่ลึก ผสานเลเซอร์ที่พลังงานลงปานกลาง

Fraxel Dual Laser (1550 nm / 1927 nm) Program เลเซอร์สองความยาวคลื่นในเครื่องเดียว ทำงานพร้อมกันสองระดับ 1550 nm ความยาวคลื่นนี้เจาะลึกถึงชั้นผิวหนัง กระตุ้นคอลลาเจน แก้แผลเป็นบุ๋ม 1927 nm ส่วนคลื่นนี้ปรับชั้นผิวบน ลดรอยดำ ทำให้ผิวเรียบสม่ำเสมอ เหมาะกับผิวคนเอเชีย รักษา 3–5 ครั้งเห็นผลชัดกับแผลเป็นสิวระดับปานกลาง

แผลเป็นชั้นลึก

รอยแผลที่อยู่ชั้นกลาง ไม่ตื้น ไม่ลึก ผสานเลเซอร์ที่พลังงานลงปานกลาง

เมื่อรอยแผลเป็นอยู่ชั้นลึก จึงจำเป็นต้องใช้เลเซอร์ที่พลังงานลงลึกเช่นกัน อย่างเลเซอร์ Microneedle RF: Fractora / Morpheus8 Program สำหรับแผลเป็นลึกที่เลเซอร์เข้าไม่ถึง ใช้เข็มขนาดเล็กส่งคลื่น RF ลึกสูงสุด 4 มม. กระตุ้นคอลลาเจนใหม่จากชั้นลึก

  • Fractora Program เข็มเคลือบทอง 24 เข็ม ให้พลังงานแม่นยำขึ้น ลงลึกได้ 3 mm
  • Morpheus8 Program ปรับความลึกได้ 4 mm ตามลักษณะแผล

จากการศึกษาใน Aesthetic Surgery Journal พบอัตราการกลับเป็นซ้ำเพียง 24% ใน 3 ปี ดีกว่าวิธีอื่นอย่างมีนัยสำคัญ

แผลเป็นมีขอบ / แผลเป็นอีสุกอีใส

โดยทั่วไปแผลเป็นแบบที่มีขอบคม มักจะตอบสนองต่อเลเซอร์ที่ผสมผสานกันระหว่างการทำงานลดความคมของขอบ และกระตุ้นผิวให้เรียบเนียนขึ้น

Fractional CO2 AcuPulse Program เป็นเลเซอร์ที่สามารถควบคุมความลึกได้อย่างแม่นยำขึ้น ผสมผสานโหมดให้พลังงานสูงในเวลาสั้น ช่วย “ลดความคมของขอบหลุมแผล” และโหมดกระตุ้นเนื้อเยื่อใหม่จากก้นแผล

จากงานวิจัย Clementoni et al. (2012) พบว่าวิธีนี้ปรับปรุงริ้วรอยเฉลี่ย 42% และลดรอยสีผิว 40% โดย Downtime ต่ำและผลข้างเคียงน้อย

ลักษณะของแผลเป็น

แผลเป็นสีแดง รอยแดง / เส้นเลือดผิดปกติ

 แผลเป็นสีแดงเกิดจากเส้นเลือดที่งอกมากเกินไประหว่างการหายของแผล เราเลือกเลเซอร์ตามความลึกของเส้นเลือด

  • Vascular Laser 550 nm Program ลดรอยแดงที่อยู่ชั้นตื้นได้ดี ลดเส้นเลือดฝอยตื้น ๆ ช่วยปิดเส้นเลือดฝอยที่ผิดปกติ ลดรอยแดงได้ตั้งแต่ครั้งแรก
  • Genesis Laser (Nd:YAG 1064 nm ) Program เหมาะสำหรับเส้นเลือดฝอยที่ลึก อยู่บริเวณชั้นหนังแท้ สามารถช่วยกระตุ้นให้เส้นเลือดหดตัว และลดจำนวนเส้นเลือดฝอยให้น้อยลง ตรงบริเวณแผลเป็น  จึงช่วยให้รอยแดงของแผลแลดูจางลง

แผลเป็นสีดำ / รอยดำ

แผลเป็นสีดำ รอยคล้ำหลังการอักเสบ ใช้เลเซอร์ที่มีความเฉพาะเจาะจงกับเม็ดสีเมลานิน

  • PicoWay toning Program เป็นเลเซอร์พลังงาน Picosecond สั้น แรง เร็ว ส่งพลังงานลงไปลดเม็ดสีเมลานินอย่างแม่นยำขึ้น  ทำลายเม็ดสีได้ละเอียดขึ้น รอยแผลสีดำ รอยคล้ำ จางลงได้ไวขึ้น
  • Revlite Laser Program ช่วยลดเม็ดสีส่วนเกิน ให้รอยดำแลดูจางลง
  • Vascular Laser 550 nm Program ลดรอยแดงที่อยู่ชั้นตื้นได้ดี ลดเส้นเลือดฝอยตื้น ๆ ช่วยปิดเส้นเลือดฝอยที่ผิดปกติ ลดรอยแดงได้ตั้งแต่ครั้งแรก
  • Genesis Laser (Nd:YAG 1064 nm ) Program เหมาะสำหรับเส้นเลือดฝอยที่ลึก อยู่บริเวณชั้นหนังแท้ สามารถช่วยกระตุ้นให้เส้นเลือดหดตัว และลดจำนวนเส้นเลือดฝอยให้น้อยลง ตรงบริเวณแผลเป็น  จึงช่วยให้รอยแดงของแผลแลดูจางลง
ลักษณะของแผลเป็น

แผลเป็นนูน Hypertrophic Scars / แผลเป็น keloid

แผลเป็นนูน เน้นการลดการอักเสบ ลดความนูน ควบคุมการโตของแผล กระตุ้นการจัดเรียงคอลลาเจนใหม่ ปรับผิวให้แลดูเรียบเนียน ป้องกันการกลับมานูนซ้ำ ด้วยแนวทางการผสมผสาน

  • โปรแกรมฉีดคีลอยด์ ILK ลดความนูนเฉพาะจุดและลดการอักเสบในแผลเป็นนูน ยับยั้งการสร้างคอลลาเจนที่มากเกินไป ให้แผลราบลง แลดูนุ่มขึ้น โดยแนวทางการฉีด  Scar Cocktail 3 แบบ



 

แบบส่วนผสมช่วยรักษาแผลเป็นนูนได้อย่างไร
1ฉีดคีลอยด์ ILK + โปรแกรมฉีดโบท็อกซ์ลดอักเสบ ลดแรงดึง ลดรอยแดง
2ฉีดคีลอยด์ ILK + โปรแกรมฉีดรีจูรันลดอักเสบ + ฟื้นฟูผิว กระตุ้นคอลลาเจน
3ฉีดคีลอยด์ ILK + โปรแกรมฉีดโบท็อกซ์ + โปรแกรมฉีดรีจูรันครอบคลุมหลายด้าน ลดการอักเสบของแผล ลดความนูน ป้องกันการลุกลาม กระตุ้นคอลลาเจนและฟื้นฟูผิว

 

อยากรอยแผลเป็นจาง ไม่ควรพลาดหัตถการเสริม

หัตถการช่วยลดรอยแผลเป็น

หัตถการเสริมฟื้นฟู Regenerative Medicine ให้รอยแผลเป็นดูจางลง คุณหมออาจมีการแนะนำหัตถการฉีดที่ใช้ควบคู่กับเลเซอร์ จะยิ่งเข้ามาช่วยเสริมประสิทธิภาพของเลเซอร์ในการฟื้นฟูรอยแผลเป็นได้ครอบคลุมมากขึ้น

 

  • โปรแกรมฉีดโบท็อกซ์ ฉีดเพื่อลดรอยแดงและเส้นเลือดบริเวณแผลเป็น ด้วยกลไกการลด Angiogenesis และลดแรงดึงบริเวณแผลเป็น
  • โปรแกรมฉีดคีลอยด์ Triamcinolone / 5-FU เป็นการฉีดเฉพาะจุดเพื่อลดความนูนและการอักเสบในแผลเป็น Hypertrophic และ Keloid ลดการสร้างคอลลาเจนที่มากเกินไป
  • Polynucleotide (PN/PDRN) อย่างโปรแกรมรีจูรัน Rejuran สารสกัดจาก DNA ที่ช่วยซ่อมแซมเนื้อเยื่อในระดับลึก กระตุ้นการฟื้นฟูเนื้อเยื่อ และช่วยคืนสีผิวในบริเวณที่แผลเป็นมีสีซีดหรือขาวกว่าผิวปกติ (Hypopigmented Scar) ซึ่งเป็นหนึ่งในแผลเป็นที่ท้าทาย
  • PLLA (Poly-L-Lactic Acid) Biostimulator Program ที่กระตุ้นร่างกายสร้างคอลลาเจนใหม่อย่างค่อยเป็นค่อยไป ช่วยเติมเต็มแผลเป็นบุ๋ม ให้ดูตื้นขึ้น เพื่อผลลัพธ์ที่แลดูเป็นธรรมชาติ

รีวิวรักษาแผลเป็น

รอยแผลเป็นคีลอยด์

น้องบอส – สนัญญ เป็นผู้ใช้บริการที่มีรอยแผลเป็นนูนบริเวณข้างแก้ม เป็นรอยแดงที่เห็นได้ชัด เกิดจากเป็นคนที่มีอาการผิวแพ้ง่าย มีสิวอุดตันขึ้นเยอะมาก และมีอาการอักเสบร่วมด้วยทำให้เกิดรอยแผลเป็นนูนคีลอยด์และอยากหา คลินิกรักษาแผลเป็น เพื่อให้ได้ความมั่นใจในการใช้ชีวิต

“ผมเป็นคนที่ผิวแพ้ง่าย สิวอุดตันขึ้นแบบรัวๆ เลย ขึ้นทีเป็นร้อยเม็ดเลยครับ พอเวลาขึ้นมาเยอะๆ ก็เกิดการอุดตันแล้วอักเสบ หลังจงากนั้นก็เป็นคีลอยด์ (Keloid) มากันเป็ชุดใหญ่จัดเต็มจริงๆ คุณหมออธิบายให้ฟังว่า แผลเป็นชนิดนี้จะมีลักษณะนูนเงาและขยายใหญ่กว่าแผลเป็นที่เกิดขึ้นช่วงแรกๆ จะเป็นสีแดงแล้วค่อยๆ เปลี่ยนเป็นสีคล้ำหรือซีดลง บางคนอาจเกิดขึ้นทันทีที่แผลสดเริ่มจาง หรือหลังจากที่แผลดีไปได้สักพัก อาจใช้เวลาเป็นเดือนหรือเป็นปี กว่าจะก่อตัวขึ้นมาอาจทำให้รู้สึกเจ็บ คัน ระคายเคืองและส่งผลกระทบถึงเรื่องความสวยความงาม เกิดได้ทุกส่วนของร่างกาย แต่ส่วนใหญ่มักขึ้นตามหน้า หน้าอก หัวไหล่ หลัง ลำคอ และติ่งหู ก่อนการรักษาบอกเลยว่าเวลาที่ไปข้างนอกก็ต้องคอยใช้คอนซีลเลอร์ปิดรอย ไม่อย่างนั้นคนจะชอบมาจ้องที่รอยแผลเป็น ทำให้เสียความมั่นใจไปเลยครับ อย่างเวลาที่ไปรับงานเดินแบบหรือถ่ายแบบ จะค่อนข้างมีปัญหาเรื่องเวลา เพราะต้องใช้เวลาในการแต่งหน้านานกว่าปกติ ปัญหาสิวและแผลเป็นนูนทำให้พลาดโอกาสการไปแคสงานหลายงานเลยครับ

“คุณหมอบอกว่า แผลเป็นคีลอยด์ (นูน) รักษาให้รอยยุบลงได้ แต่จะไม่สามารถรักษาให้รอยนั้นหายขาด ถ้าจะให้รักษาแบบได้ผิวกลับมาเหมือนเดิมไม่มีทาง พอฟังตอนแรกผมก็รู้สึกเฟลไปเหมือนกัน เพราะตั้งความหวังไว้ว่าต้องหายขาดนะ แต่พอคุณหมออธิบายให้ฟังเพิ่มเติม คือ คุนหมอเปรียบเทียบแบบให้เห็นภาพว่าเหมือนเวลาที่ไม้แตก ต่อให้เราทำให้กลับมาผสานเป็นเนื้อเดียวกัน แต่ผิวก็จะไม่เรียบเนียนเหมือนเดิม ผมเข้าใจเลยครับ (ยิ้ม) ทำให้เราเข้าใจในเรื่องของวิธีรักษาแผลเป็น และลดความคาดหวังกับผลการรักษา ผมก็ยอมรับในเรื่องของผลการรักษาตรงนี้ได้ครับ ทำให้พอใจกับการรักษาของ BSL Clinic มากเลยนะครับ ผลที่ได้คือ ผิวดูเรียบเนียนขึ้น รู้สึกผิวหน้าดีขึ้น รอยสิวลดลง รอยแผลเป็นยุบลงและจางลง ผิวกลับมาเนียนนุ่ม รู้สึกดีเวลาที่สัมผัสผิวหน้าตัวเอง”

ฉายแสงรักษาแผลเป็น

“หลังจากรักษาแผลเป็น ไปแล้ว บอกได้เลยครับว่าใช้ชีวิตได้ตามปกติ แต่ได้ความสะดวกมากกว่าเดิม ดีกว่าเดิมเพราะไม่ต้องแต่งหน้านาน ทำให้ใช้ชีวิตได้ง่ายขึ้นมาก ออกไปข้างนอกแค่ทาแป้งบางๆ แล้วก็ออกจากบ้านได้เลย ไปทำงานก็ไม่ต้องเสียเวลาให้พี่ๆ ช่างแต่งหน้าต้องมาคอยปกปิดรอย ประหยัดเวลาขึ้นเยอะเลยครับ ทำให้ใช้เวลาไปทำอย่างอื่นได้อีกหลายอย่างเลย  คือ ความกังวลก็ลดลงไป เรียกความมั่นใจกลับมาเลยครับ บอสคนเดิมที่เครียดๆ เป็นบอสคนใหม่ที่สดใสกว่าเดิมครับ”

วิธีการรักษาของ BSL Clinic ที่ทำการรักษาให้กับ “คุณบอส สนัญญ”

วิธีการรักษาของ BSL Clinic ที่ทำการรักษาให้กับ “คุณบอส สนัญญ” คุณหมอใช้วิธีการรักษาแผลเป็นอย่างผสมผสาน เป็นการใช้วิธีการรักษาทั้งเลเซอร์ที่เหมาะกับสีของรอยแผลเป็น ความนูน รวมถึงการฉีดยารักษารอยแผลเป็นนูนเพื่อลดการอักเสบ และ ทายาลดแผลเป็นนูน ใช้ร่วมกันเพื่อให้ผลการรักษามีประสิทธิภาพ

เรียกได้ว่าลักษณะผิวของคุณบอสที่เป็นมาควรใช้การรักษาแผลเป็นแบบเป็นอย่างผสมผสานกันเลย ด้วยปัญหาผิวที่ค่อนข้างมีหลายปัญหา จึงควรใช้วิธีรักษาอย่างผสมผสานร่วมกัน เพื่อให้ผลการรักษาออกมาเป็นที่น่าประทับใจ และได้รอยยิ้มและความมั่นใจกลับไป

วิธีการรักษารอยแผลเป็น

1. เลเซอร์รักษารอยแผลเป็น 

เลเซอร์ที่ปล่อยพลังงานสร้างความร้อนเล็กๆ ใต้ผิว เป็นกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนขึ้นมาใหม่ กระตุ้นการทำงานของผิว ช่วยสร้างผิวที่แข็งแรงขึ้น เป็นหนึ่งในวิธีการรักษาที่ช่วยให้รอยแผลเป็นดูเรียบเนียนขึ้น และเลเซอร์ยังทำหน้าที่ลดพังผืดที่ดึงรั้งผิวอยู่ที่ใต้ผิว จึงส่งผลให้ผิวด้านบนดูเรียบเนียนขึ้น ทำให้ชั้นผิวมีความแข็งแรง แสงเลเซอร์มีผลต่อเนื้อเยื่อรอบข้างน้อย โดยการรักษานี้แพทย์จะดูแลให้ปลอดภัย

 2. โปรแกรมเกล็ดเลือดฟื้นฟูดูแลรอยแผลเป็น 

แนวทางการดูแลรอยแผลเป็น โดยใช้เลือดของผู้ใช้บริการ นำมาผ่านกระบวนการปั่นคัดแยกเพื่อนำเกล็ดเลือดเข้มข้นมาใช้ฟื้นฟูผิวที่เสื่อมสภาพ ทำให้ผิวกลับมาดูแข็งแรงขึ้น ช่วยกระตุ้นการทำงานของผิว ทำให้รอยแผลเป็นค่อยๆ ดูเรียบเนียนขึ้น ซึ่งเป็นแนวทางการดูแลที่ช่วยเสริมประสิทธิภาพของเลเซอร์ให้ดียิ่งขึ้น พร้อมช่วยให้ผิวดูสุขภาพดียิ่งขึ้น

3. สารเติมเต็มรอยแผลเป็น (Filler Program) 

เป็นอีกหนึ่งวิธีในการฟื้นฟูหลุมแผลเป็น ที่ช่วยให้ผิวดูเรียบเนียนขึ้น โปรแกรมฉีดฟิลเลอร์เติมเต็มแผลหลุมนี้ควบคู่กับการรักษาแผลเป็นด้วยเลเซอร์ จะช่วยเสริมประสิทธิภาพของการรักษาให้ดีขึ้น โดยจะทำการเพิ่มสารเติมเต็มเข้าไปก่อนเริ่มเลเซอร์ เพื่อให้เลเซอร์สามารถโฟกัสที่รอยหลุมได้แม่นยำขึ้น พร้อมช่วยเติมเต็มบริเวณใต้ผิวที่ยุบตัวให้ดูนูนเรียบเนียนขึ้น การใช้โปรแกรมฉีดฟิลเลอร์ในบริเวณที่มีพังผืดหลุมใต้ผิวสามารถช่วยป้องกันไม่ให้พังผืดกลับมาก่อตัว โปรแกรมฉีดฟิลเลอร์สำหรับการดูแลหลุมสิว หรือแผลเป็นที่มีลักษณะหลุมผลอยู่ได้ประมาณ 6-8 เดือน ผลลัพธ์ขึ้นอยู่กับสภาพผิวของแต่ละบุคคล

รีวิวภาพผลการ รักษารอยแผลเป็น และแผลเป็นนูนคีลอยด์

สิ่งที่อยากแนะนำคือ เมื่อผิวเกิดเป็นแผลสด จากอุบัติเหตุหรือหลังจากอาการอักเสบดีขึ้นแล้ว ในช่วงแรกไม่ควรเกิน 1 เดือน แนะนำให้รีบเข้ามาปรึกษาคุณหมอ เพราะการเริ่มรักษาแผลเป็นเร็วจะช่วยให้ผลดีขึ้นกว่าการปล่อยทิ้งไว้นาน การรักษารอยแผลเป็นต้องใช้เวลาประมาณ 3 เดือนขึ้นไป แผลจะค่อย ๆ ดีขึ้น โดยเฉพาะแผลบางชนิดต้องอาศัยความเข้าใจและเวลาในการรักษา อย่าใจร้อน หากเป็นแผลเพียงเล็กน้อยมักจะใช้เวลาไม่นาน

นอกจากนี้คุณหมอแนะนำว่า แม้แผลเป็นอาจไม่เรียบเนียนได้ 100% แต่สามารถทำให้จางลงหรือยุบลงได้ ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับลักษณะของแผล ดังนั้นหากเกิดรอยแผลเป็นไม่ควรปล่อยทิ้งไว้นาน ควรปรึกษาคุณหมอทันทีเพื่อไม่ให้รอยเล็กๆ กลายเป็นรอยใหญ่ การรักษารอยแผลเป็นมีหลายวิธี และผลลัพธ์จะขึ้นอยู่กับความรุนแรงของแผลนั้นๆ

FAQs คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับการรักษารอยแผลเป็น

โดยส่วนใหญ่จะเริ่มสังเกตได้ว่ารอยแผลเป็นดูเรียบเนียนขึ้นและสีผิวดูสม่ำเสมอขึ้นหลังจากเข้ารับการรักษาต่อเนื่อง 3-5 ครั้ง ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับชนิด ความลึก และการตอบสนองของผิวในแต่ละบุคคล ซึ่งแพทย์จะเป็นผู้ประเมินแผนการรักษาอย่างใกล้ชิด

เทคโนโลยีเลเซอร์สมัยใหม่มีการปล่อยพลังงานที่รวดเร็วและแม่นยำขึ้น ทำให้ความรู้สึกขณะทำลดน้อยลง โดยก่อนเริ่มการรักษาจะมีการเตรียมผิวด้วยยาชาเพื่อความสบายของคนไข้ หลังทำอาจมีเพียงความรู้สึกอุ่น ๆ ที่ผิวชั่วคราวเท่านั้น

แผลเป็นเก่าที่ทิ้งไว้นานสามารถรักษาได้ด้วยการเลเซอร์รอยแผลเป็น เพื่อเข้าไปลดพังผืดที่แข็งตัวและกระตุ้นการสร้างเซลล์ผิวใหม่ แม้แผลเก่าอาจต้องใช้จำนวนครั้งในการรักษามากกว่าแผลใหม่ แต่การใช้เทคโนโลยีและเทคนิคผสมผสานจะช่วยให้แผลดูจางลงและเรียบเนียนขึ้นได้แลดูเป็นธรรมชาติ

การเลเซอร์แผลเป็นภายใต้การดูแลของแพทย์จะไม่ทำให้ผิวบางลง ในทางกลับกัน เลเซอร์จะเข้าไปกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนและอีลาสตินใต้ชั้นผิว ส่งผลให้โครงสร้างผิวบริเวณแผลเป็นกลับมาหนาตัวและมีความแข็งแรงจากกระบวนการจัดเรียงคอลลาเจนใหม่ จึงช่วยทำให้ผิวแลดูเรียบเนียนขึ้น ลดโอกาสที่ผิวจะบางล

วิธีลบรอยแผลเป็นเร็วที่สุด คือการเริ่มรักษาตั้งแต่แผลเริ่มสมานตัวใหม่ ๆ ควบคู่กับการใช้เลเซอร์รอยแผลเป็น โดยเริ่มภายใน 1 สัปดาห์หลังผ่าตัด เพื่อลดโอกาสการเกิดพังผืดใต้ผิว อย่างไรก็ตาม ผลลัพธ์ที่ยั่งยืนต้องอาศัยการฟื้นฟูโครงสร้างผิวร่วมกับการดูแลตนเองอย่างเคร่งครัดตามคำแนะนำของแพทย์

การเลเซอร์รอยแผลเป็น ด้วยเทคโนโลยีสมัยใหม่มักไม่ต้องพักฟื้นนาน หลังทำผิวอาจมีอาการแดงหรือบวมเล็กน้อยประมาณ 1-3 วัน ซึ่งคนไข้สามารถใช้ชีวิตประจำวันได้ตามปกติ แต่ควรให้ความสำคัญกับการทาครีมกันแดดและหลีกเลี่ยงแสงแดดจัดในช่วงสัปดาห์แรก

แผลนูนต้องเน้นการควบคุมการโตของแผลเป็นนูน ลดการอักเสบ ลดคอลลาเจนส่วนเกินและลดการทำงานของเส้นเลือดที่มาเลี้ยงแผล ส่วนแผลหลุมต้องเน้นการตัดพังผืดใต้ผิวและกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนใหม่เพื่อเติมเต็มหลุมแผล ที่ BSL Clinic แพทย์จะเลือกใช้ เลเซอร์แผลเป็นและหัตถการเสริมเพื่อฟื้นฟูแผลเป็น ที่มีคุณสมบัติต่างกันเพื่อให้ตอบโจทย์ปัญหาของแต่ละเคสได้อย่างเหมาะสม

สามารถทำได้ครับ แพทย์จะประเมินสภาพแวดล้อมของแผลและตำแหน่งบนร่างกาย เพื่อเลือกใช้พลังงานเลเซอร์ที่เหมาะสมในแต่ละจุด ช่วยประหยัดเวลาให้กับคนไข้ได้

อัปเดตเทรนด์ความรู้

นพ. วุฒินันท์ สิทธิผลวนิชกุล เลขว. 39678 | พญ. วิภาณี อัครภูษิต เลขว. 39676 *ใช้เป็นตัวอย่างผลจากการเข้ารับการรักษาพยาบาลสำหรับผู้ป่วยเฉพาะราย

งานประชุมวิชาการ SOMA Bangkok 2025 | Solta Medical Academy

BSL Clinic ร่วมบรรยายในงานประชุมวิชาการ

เวทีที่รวบรวมแพทย์ผู้ให้บริการด้านผิวหนังและเวชศาสตร์ความงามจากหลากหลายประเทศ เพื่อแลกเปลี่ยนความรู้และประสบการณ์ด้านการดูแลผิวพรรณ โดยมี พญ. วิภาณี อัครภูษิต (เลขที่ว. 39676) ร่วมบรรยายในหัวข้อที่สะท้อนประสบการณ์จริงในการดูแลผู้รับบริการ พร้อมส่งต่อแนวทางการดูแลแบบองค์รวมที่เน้น “ความเข้าใจเฉพาะบุคคล” ซึ่งเป็นหนึ่งในหัวใจสำคัญของเวชศาสตร์ความงามในยุคปัจจุบัน

Aesthetic Medicine Surgery BSL Clinic

นพ. วุฒินันท์ สิทธิผลวนิชกุล เลขว. 39678 *ใช้เป็นตัวอย่างผลจากการเข้ารับการรักษาพยาบาลสำหรับผู้ป่วยเฉพาะราย

งานสัมมนาระดับนานาชาติ

แพทย์บีเอสแอล ร่วมอัปเดตวิธีการรักษาหลุมสิว ฝ้า กระ ยกกระชับผิว โปรแกรมฟิลเลอร์ โปรแกรมโบท็อกซ์ และเทคโนโลยีเลเซอร์ ในงานสัมมนาระดับนานาชาติ 𝟑𝐫𝐝 𝐈𝐧𝐭𝐞𝐫𝐧𝐚𝐭𝐢𝐨𝐧𝐚𝐥 𝐂𝐨𝐧𝐟𝐞𝐫𝐞𝐧𝐜𝐞 𝐨𝐟 𝐋𝐚𝐬𝐞𝐫, 𝐀𝐞𝐬𝐭𝐡𝐞𝐭𝐢𝐜 𝐌𝐞𝐝𝐢𝐜𝐢𝐧𝐞 𝐚𝐧𝐝 𝐒𝐮𝐫𝐠𝐞𝐫𝐲 (𝐈𝐂𝐋𝐀𝐒) เพื่อพัฒนาความรู้ใหม่ๆ และเทคนิคการรักษาต่างๆ ให้เกิดผลลัพธ์การรักษาที่เหมาะสมกับคนไข้แต่ละท่าน

SCAR Conference 2024 bsl clinic

นพ. วุฒินันท์ สิทธิผลวนิชกุล เลขว. 39678 *ใช้เป็นตัวอย่างผลจากการเข้ารับการรักษาพยาบาลสำหรับผู้ป่วยเฉพาะราย

การประชุมวิชาการ The 5th SCAR Treatment Conference 2024

คุณหมอจาก BSL Clinic เข้าร่วมการประชุมวิชาการ The 5th SCAR Treatment Conference 2024 ซึ่งเป็นเวทีแลกเปลี่ยนองค์ความรู้เกี่ยวกับการดูแลรอยแผลเป็น ภายในงานมีการนำเสนอข้อมูลจากการวิจัยในห้องปฏิบัติการ ร่วมกับการอัพเดตเทคโนโลยีเลเซอร์และแนวทางการรักษาที่มีการใช้อยู่ในปัจจุบัน รวมถึงการบูรณาการวิธีการรักษาหลากหลายรูปแบบเพื่อการดูแลผู้ป่วยอย่างเหมาะสม

นพ. วุฒินันท์ สิทธิผลวนิชกุล เลขว. 39678 | พญ. วิภาณี อัครภูษิต เลขว. 39676 *ใช้เป็นตัวอย่างผลจากการเข้ารับการรักษาพยาบาลสำหรับผู้ป่วยเฉพาะราย

งานประชุมสมาคมแพทย์ผิวหนังแห่งสหรัฐอเมริกา 2025

เพื่อพัฒนาแนวทางการดูแลรักษาผิว ให้เหมาะสมกับผู้ใช้บริการตามสาเหตุแบบเฉพาะบุคคล เทคโนโลยีเลเซอร์ที่ได้รับการศึกษาและใช้งานในหลายประเทศ พร้อมให้บริการที่ BSL Clinic

พัฒนาการรักษา หมอผิวหนัง bsl clinic

นพ. วุฒินันท์ สิทธิผลวนิชกุล เลขว. 39678 | พญ. วิภาณี อัครภูษิต เลขว. 39676 *ใช้เป็นตัวอย่างผลจากการเข้ารับการรักษาพยาบาลสำหรับผู้ป่วยเฉพาะราย

คุณหมอ BSL Clinic เข้าร่วมหลักสูตรนักบริหารระดับสูงด้านเวชศาสตร์วิถีชีวิต (Mini Management in Lifestyle Medicine – Mini LM) รุ่นที่ 11

การเรียนรู้นี้ครอบคลุมองค์ความรู้ด้านการส่งเสริมสุขภาพ การป้องกันโรค และการจัดการภาวะเรื้อรัง โดยเน้นการดูแลสุขภาพแบบองค์รวม ตั้งแต่ปัจจัยระดับยีน สิ่งแวดล้อม และพฤติกรรมการใช้ชีวิต แพทย์ประจำ BSL จะนำความรู้ที่ได้กลับมาพิจารณาประกอบการวางแผนการดูแลสุขภาพและผิวพรรณของผู้ใช้บริการอย่างเหมาะสมในแต่ละบุคคล

ประชุมระดับประเทศ bsl clinic

พญ. วิภาณี อัครภูษิต เลขว. 39676 *ใช้เป็นตัวอย่างผลจากการเข้ารับการรักษาพยาบาลสำหรับผู้ป่วยเฉพาะราย

ที่ BSL Clinic เราให้ความสำคัญกับการดูแลผู้รับบริการในทุกขั้นตอน

แพทย์ได้เข้าร่วมการประชุมวิชาการระดับประเทศ เพื่อแลกเปลี่ยนความรู้ด้านการรักษาปัญหาผิวหนังและด้านความงาม (Aesthetic) การประชุมครั้งนี้เน้นทั้งวิธีการดูแล การป้องกัน และการจัดการภาวะแทรกซ้อนที่อาจเกิดขึ้นจากการรักษา เพื่อให้แพทย์สามารถนำข้อมูลไปใช้ประกอบการวางแผนการดูแลที่เหมาะสมกับแต่ละบุคคล

add LINE รับโปรลูกค้าใหม่ ดูรีวิว YouTube ปรึกษาแพทย์ฟรี Facebook
Add LINE Watch reviews on Instagram Free consultation on Enquiry