เส้นเลือดขอด นั้นไม่ได้เป็นเพียงปัญหาด้านความสวยงามเท่านั้น หลายคนเริ่มสังเกตเห็นเส้นเลือดสีเขียวหรือสีม่วงบริเวณขา แต่เมื่อเวลาผ่านไปอาจมีอาการปวด เมื่อย หนักขา บวม หรือรู้สึกไม่สบายขา โดยเฉพาะหลังยืนหรือนั่งเป็นเวลานาน หากปล่อยไว้อาการอาจค่อย ๆ รุนแรงขึ้น การทำความเข้าใจสาเหตุ อาการ และแนวทางการรักษา จะช่วยให้เลือกวิธีดูแลได้เหมาะสมกับปัญหาของแต่ละบุคคล
หากคุณกำลังสงสัยว่าเส้นเลือดที่เห็นบริเวณขาเป็นหลอดเลือดขอดหรือไม่ หรือควรเริ่มดูแลอย่างไร บทความนี้ได้รวบรวมข้อมูลที่ควรรู้ไว้ครบ ทั้งสาเหตุ อาการ วิธีรักษา และข้อควรรู้ก่อนตัดสินใจเลือกแนวทางการรักษา เพื่อให้คุณเข้าใจปัญหาได้มากขึ้นก่อนเข้ารับการปรึกษาแพทย์
เส้นเลือดขอด (Varicose Veins)
หรือที่เรียกว่า หลอดเลือดขอด หรือ หลอดเลือดดำขอด เป็นภาวะที่หลอดเลือดดำบริเวณขาเกิดการโป่งพองและคดงอ จนมองเห็นเด่นชัดผ่านผิวหนังเป็นเส้นสีเขียว สีน้ำเงิน สีม่วง หรือสีแดง โดยมักพบได้บริเวณน่อง ข้อพับเข่า และต้นขา
โดยปกติ หลอดเลือดดำมีหน้าที่ลำเลียงเลือดจากส่วนต่าง ๆ ของร่างกายกลับสู่หัวใจ ภายในหลอดเลือดจะมี ลิ้นหลอดเลือด ทำหน้าที่เปิด-ปิดเพื่อป้องกันไม่ให้เลือดไหลย้อนกลับ แต่เมื่อผนังหลอดเลือดหรือลิ้นหลอดเลือดเสื่อมสภาพ เลือดจึงไหลย้อนกลับและเกิดการคั่งอยู่ภายในหลอดเลือด ส่งผลให้ความดันในหลอดเลือดเพิ่มขึ้น จนหลอดเลือดค่อย ๆ ขยายตัว โป่งพอง และมองเห็นได้ชัดขึ้นผ่านผิวหนัง
ความเด่นชัดของหลอดเลือดอาจแตกต่างกันในแต่ละบุคคล ขึ้นอยู่กับระดับความเสื่อมของหลอดเลือด ระยะเวลาที่เป็น รวมถึงปัจจัยด้านอายุ พันธุกรรม และลักษณะการใช้ชีวิตของแต่ละคน
ข้อมูล ร.พ.เปาโล : http://bit.ly/2RWKUxG
ปัจจัยและกลุ่มเสี่ยง ที่นำไปสู่การเป็นหลอดเลือดขอด
แม้หลายคนจะมองว่าปัญหานี้เป็นปัญหาที่พบในผู้สูงอายุ แต่ในความเป็นจริง ภาวะนี้สามารถเกิดขึ้นได้กับคนหลายช่วงวัย ขึ้นอยู่กับปัจจัยของแต่ละบุคคล การรู้ว่าตัวเองอยู่ในกลุ่มเสี่ยงหรือไม่ จะช่วยให้สังเกตความผิดปกติและเริ่มดูแลได้อย่างเหมาะสม
กรรมพันธุ์ – หากพ่อแม่มีประวัติเป็นหลอดเลือดขอด ปัญหานี้อาจส่งต่อถึงรุ่นลูก โดยพบได้บ่อยในกลุ่มคนแถบตะวันตกมากกว่าคนในแถบเอเชีย
เพศ – อายุ – เพศหญิงมีโอกาสที่จะเป็นมากกว่าเพศชาย เนื่องจากผลของฮอร์โมนจากเพศหญิงโดยเฉพาะ จากการศึกษาพบว่าประมาณ 40% ของผู้หญิงในวัย 50 ปีขึ้นไป จะมีปัญหาเรื่องของเส้นเลือดที่ขอดหรือเส้นเลือดฝอยได้
หญิงมีครรภ์ – ระหว่างตั้งครรภ์ ปริมาณเลือดและแรงกดจากมดลูกที่ขยายใหญ่ขึ้น อาจทำให้เลือดไหลกลับจากขาได้ยาก ส่งผลให้มีโอกาสเกิดหลอดเลือดขอดเพิ่มขึ้น
น้ำหนัก – ผู้ที่มีน้ำหนักตัวเกินเกณฑ์มาตรฐานอาจทำให้การไหลเวียนของเลือดที่ขาไม่สะดวก ส่งผลให้เลือดคั่งบริเวณขา
อาชีพ – เป็นอีกหนึ่งปัจจัยที่ทำให้เกิดอาการได้ง่าย เนื่องมาจากต้องยืนเป็นระยะเวลานาน ทำให้เลือดไหลได้ยากขึ้น
การกระแทกหรือกดทับ – โดยเฉพาะคนที่ชอบนั่งไขว้ห้างเป็นประจำ ทำให้เลือดเดินไม่สะดวก
การใส่รองเท้าส้นสูง – การยืนบนรองเท้าส้นสูงเป็นเวลานานอาจทำให้การไหลเวียนของเลือดในขาไม่สะดวก
ปัจจัยบางอย่าง – เช่น พันธุกรรมและฮอร์โมน ไม่เพียงทำให้เกิดหลอดเลือดขอดที่ขาเท่านั้น แต่ยังเพิ่มความเสี่ยงต่อการเกิด เส้นเลือดที่หน้า ได้เช่นกัน
แม้จะไม่สามารถหลีกเลี่ยงปัจจัยบางอย่าง เช่น อายุหรือพันธุกรรมได้ แต่การดูแลน้ำหนักตัว ออกกำลังกายสม่ำเสมอ และหลีกเลี่ยงการยืนหรือนั่งในท่าเดิมเป็นเวลานาน อาจช่วยลดโอกาสเกิดปัญหาได้ หากเริ่มสังเกตเห็นเส้นเลือดบริเวณขาเด่นชัดขึ้น หรืออยู่ในกลุ่มเสี่ยง การเข้ารับการประเมินตั้งแต่ระยะแรกจะช่วยให้วางแผนการดูแลได้เหมาะสมกับแต่ละบุคคล
อาการเส้นเลือดขอด สัญญาณต่างๆ ที่พบบ่อย
แม้หลายคนจะสังเกตเห็นเพียงเส้นเลือดที่นูนหรือมองเห็นชัดบริเวณขา แต่ในความเป็นจริง ความผิดปกติของหลอดเลือดดำอาจส่งผลให้เกิดอาการอื่นร่วมด้วย โดยเฉพาะเมื่อยืนหรือนั่งเป็นเวลานาน ซึ่งความรุนแรงของอาการอาจแตกต่างกันไปในแต่ละบุคคล การสังเกตสัญญาณเหล่านี้ตั้งแต่ระยะแรก จะช่วยให้เข้ารับการประเมินและวางแผนการดูแลได้อย่างเหมาะสม
- มีอาการปวดกล้ามเนื้อ เมื่อยล้า โดยเฉพาะบริเวณน่องหรือขา แม้ไม่ได้ใช้แรงมาก อาการมักเกิดจากการไหลเวียนของเลือดดำที่ทำงานได้ไม่เต็มที่ ทำให้รู้สึกเมื่อยล้าหรือไม่สบายขาได้
- รู้สึกปวดเมื่อนั่งหรือยืนเป็นเวลานานๆ เนื่องจากเลือดคั่งอยู่ในหลอดเลือดดำมากขึ้น ทำให้รู้สึกปวด ตึง หรือหนักขา โดยอาการมักบรรเทาลงเมื่อได้เดิน เปลี่ยนอิริยาบถ หรือยกขาสูง
- มองเห็นเส้นเลือดขึ้นเป็นสีม่วงหรือสีฟ้า มีลักษณะคดและนูนออกมาให้เห็นอย่างชัดเจน ซึ่งเป็นสัญญาณที่พบได้บ่อย โดยเส้นเลือดอาจมีขนาดและความเด่นชัดแตกต่างกันในแต่ละบุคคล และมักพบบริเวณน่อง ข้อพับเข่า หรือต้นขา
- มีอาการบวม รู้สึกร้อนบริเวณขา โดยเฉพาะช่วงข้อเท้าหรือน่อง มักเป็นมากขึ้นหลังยืนหรือเดินเป็นเวลานาน เนื่องจากการคั่งของเลือดและของเหลวในหลอดเลือดดำ
- ผิวหนังมีการอักเสบ มีการผุผอง หรือเลือดออก ในบางรายที่ปล่อยไว้เป็นเวลานาน อาจเกิดการระคายเคือง ผิวหนังแห้ง คัน หรือเปลี่ยนสี และหากหลอดเลือดที่โป่งพองได้รับการกระแทก อาจทำให้เกิดเลือดออกได้ จึงควรเข้ารับการประเมินจากแพทย์
3 วิธีรักษาอาการเส้นเลือดขอด
ปัจจุบันมีหลายแนวทางในการรักษา โดยแต่ละวิธีมีหลักการ ข้อดี และข้อจำกัดแตกต่างกัน การเลือกแนวทางที่เหมาะสมจะขึ้นอยู่กับลักษณะของหลอดเลือด ตำแหน่งที่เกิด และระดับความรุนแรงของอาการในแต่ละบุคคล ซึ่งแพทย์จะเป็นผู้ประเมินก่อนวางแผนการรักษา ทั้งนี้ แนวทางที่นิยมมีดังนี้
1. การรักษาแบบประคับประคองหรือไม่ผ่าตัด (Conservative Treatment) เหมาะสำหรับผู้ที่มีอาการไม่รุนแรงหรือเพิ่งเริ่มเป็น แนะนำให้ใช้ถุงน่องชนิดที่ดีขึ้น (Compression Stocking) ที่มีความหนาแน่นกว่าถุงน่องทั่วไป โดยควรสวมในระหว่างทำงานหรือกิจกรรมประจำวัน ซึ่งจะช่วยส่งเสริมการไหลเวียนของเลือดดำ ลดการคั่งของน้ำบริเวณขาและลดความเสี่ยงของการเกิดลิ่มเลือดในหลอดเลือดดำชั้นลึก
ถุงน่องนี้มีแรงดันที่ข้อเท้าระดับ 20-30 mmHg (มม.ปรอท) เหมาะสำหรับผู้ที่มีภาวะหลอดเลือดดำทำงานบกพร่องเรื้อรัง และระดับแรงดัน 30-40 mmHg (มม.ปรอท) สำหรับผู้ที่มีแผลจากการคั่งของเลือดดำที่ขา ควรสวมถุงน่องชนิดนี้ทั้งในช่วงที่มีอาการและหลังการรักษา แม้ว่าอาจไม่สะดวกในการสวมใส่ช่วงแรก แต่จะช่วยประคองอาการไม่ให้รุนแรงขึ้น อย่างไรก็ตาม ถุงน่องชนิดนี้ไม่สามารถรักษาให้อาการหายขาดได้ จึงเหมาะเป็นวิธีป้องกันและประคับประคองเพื่อไม่ให้อาการแย่ลง
ข้อมูล คณะแพทย์ศาสตร์สิริราชพยาบาล มหาวิทยาลัยมหิดล : http://bit.ly/31thABN
2. การรักษาหลอดเลือดขอดแบบเฉพาะ (Specific Treatment) เรียกว่าเป็นการรักษาแบบ Direct ที่เหมาะกับอาการ คนที่จะรักษาแบบนี้ คือ คนที่มีปัญหาเส้นเลือดขึ้นแบบปูดออกมาแบบเห็นได้ชัด จนมีภาวะแทรกซ้อนขึ้นมาด้วย คือ จะมีเลือดออก มีแผลเรื้อรังไม่หาย มีผิวหนังอักเสบ มีภาวะเส้นเลือดอุดตัน การรักษาแบบเฉพาะถูกแบ่งออกเป็นมี 2 ประเภท ด้วยกัน คือ
2. การฉีดสาร Sclerosing Agent เป็นการฉีดสารเข้าไปในหลอดเลือดดำ สารนี้จะเข้าไปทำให้เส้นเลือดฝ่อและยุบตัวลง ข้อดีของวิธีนี้ คือ รักษาเส้นเลือดขอดโดยไม่ต้องผ่าตัด ลดโอกาสการเกิดรอยแผล ใช้เวลาในการรักษาประมาณ 30-60 นาที ผู้ใช้บริการจะรู้สึกเจ็บน้อย การรักษานี้สามารถทำให้จางลงถึง 90% หลังการรักษา ขึ้นอยู่กับความรุนแรงของอาการ วิธีนี้เป็นอีกหนึ่งทางเลือกที่แพทย์แนะนำ ผู้เข้ารับการรักษาหลายรายพบผลลัพธ์ที่ดีขึ้นหลังการรักษา
ผลลัพธ์ขึ้นอยู่กับแต่ละบุคคล
3. เลเซอร์เส้นเลือดขอด Vascular Laser; Long pulse ; ND YAG laser วิธีการรักษาแบบนี้จะถูกใจสำหรับคนที่กลัวเข็มหรือไม่ชอบการฉีดยา เป็นขั้นตอนการรักษาที่ไม่ยุ่งยาก ใช้เวลารักษาได้รวดเร็วขึ้น ข้อดี คือ ลดโอกาสที่ผิวจะเกิดรอยแผลเป็น มีผลต่อเนื้อเยื่อรอบข้างน้อย เพราะแสงเลเซอร์จะมีความยาวคลื่นที่โฟหกัสกับตัวเส้นเลือด ที่สามารถผ่านผิวหนังชั้นบนลงไปใต้ผิวเพื่อทำให้เส้นเลือดหดตัว ซึ่งจะทำให้เส้นเลือดนั้นยุบลง โดยเหมาะสำหรับเส้นเลือดที่ขอดที่มีขนาดเล็กกว่า 3 มล.
แม้ว่าการรักษาแต่ละวิธีจะมีจุดเด่นแตกต่างกัน แต่ไม่มีวิธีใดที่เหมาะกับทุกคน การเลือกแนวทางรักษาควรอาศัยการประเมินโดยแพทย์ เพื่อพิจารณาลักษณะของหลอดเลือด ระดับความรุนแรงของอาการ และปัจจัยด้านสุขภาพของแต่ละบุคคล ก่อนวางแผนการรักษาที่เหมาะสม
การปฏิบัติตัวหลังการรักษา
การดูแลตัวเองหลังการรักษาเป็นอีกหนึ่งปัจจัยที่ช่วยให้การฟื้นตัวเป็นไปตามแผน และช่วยลดโอกาสเกิดผลข้างเคียงหลังทำ แม้ว่าคำแนะนำอาจแตกต่างกันไปตามวิธีรักษาและการประเมินของแพทย์ แต่โดยทั่วไปมีข้อปฏิบัติที่ควรใส่ใจ ดังนี้
- หลีกเลี่ยงการยกของหนักหรือยืนนานเกินไป โดยเฉพาะในช่วงแรกหลังการรักษาประมาณ 3–7 วัน เพื่อช่วยลดแรงกดที่เกิดกับหลอดเลือดบริเวณที่รักษา และช่วยให้ร่างกายฟื้นตัวได้อย่างเหมาะสม
- ใส่ถุงน่องหรือเสื้อผ้าที่มีความยืดหยุ่น เพื่อช่วยลดอาการบวม ส่งเสริมการไหลเวียนของเลือด และช่วยพยุงหลอดเลือดบริเวณที่รักษา ระยะเวลาในการสวมจะแตกต่างกันตามขนาดของหลอดเลือดและวิธีการรักษา เช่น
– เส้นเลือดฝอย: โดยทั่วไปแนะนำให้สวมประมาณ 1–3 วัน
– หลอดเลือดขอดขนาดใหญ่กว่า: อาจแนะนำให้สวมต่อเนื่องอย่างน้อย 7 วัน หรือเป็นไปตามดุลยพินิจของแพทย์ - ควรออกกำลังกายด้วยการเดินบ่อย ๆ เพื่อเป็นการกระตุ้นยาให้กระจายตัว ส่งเสริมการไหลเวียนของเลือด ลดการคั่งของเลือดบริเวณขา และช่วยให้การฟื้นตัวเป็นไปตามแผนการรักษา ทั้งนี้ ควรหลีกเลี่ยงการออกกำลังกายหนักในช่วงแรก
- ควรพบแพทย์ตามนัดภายใน 2 – 4 สัปดาห์หรือในช่วงเวลาที่แพทย์กำหนด เพื่อประเมินผลการรักษา ตรวจติดตามการเปลี่ยนแปลงของหลอดเลือด และพิจารณาแนวทางการดูแลเพิ่มเติมหากจำเป็น
การดูแลตัวเองหลังการรักษาและการปฏิบัติตามคำแนะนำของแพทย์อย่างเคร่งครัด เป็นส่วนสำคัญที่ช่วยให้การฟื้นตัวเป็นไปตามแผนการรักษา รวมถึงช่วยให้แพทย์สามารถติดตามผลและประเมินการเปลี่ยนแปลงได้อย่างเหมาะสม หากมีอาการผิดปกติหรือข้อสงสัยหลังการรักษา ควรรีบปรึกษาแพทย์เพื่อรับคำแนะนำเพิ่มเติม
วิดีโอรีวิวผลลัพธ์
"ผลลัพธ์ขึ้นอยู่กับแต่ละบุคคล"
ตัวอย่างผลลัพธ์การรักษาจากผู้รับบริการจริง
อาการหลอดเลือดขอดของแต่ละคนมีลักษณะและความรุนแรงไม่เหมือนกัน จึงต้องอาศัยการประเมินและวางแผนการรักษาให้เหมาะสม ตัวอย่างผลลัพธ์จากผู้รับบริการจริงต่อไปนี้ เป็นกรณีศึกษาที่แสดงให้เห็นการเปลี่ยนแปลงหลังการรักษาในแต่ละราย โดยผลลัพธ์อาจแตกต่างกันในแต่ละบุคคล


เส้นเลือดขอดไม่ได้ส่งผลเพียงด้านความสวยงาม แต่ในบางรายอาจทำให้เกิดอาการปวด เมื่อย บวม หรือรู้สึกหนักขา จนรบกวนการใช้ชีวิตประจำวันได้ หากปล่อยไว้โดยไม่ได้รับการดูแล อาการอาจค่อย ๆ รุนแรงขึ้นและส่งผลต่อสุขภาพของหลอดเลือดในระยะยาว
ปัจจุบันมีแนวทางการรักษาหลายวิธี ตั้งแต่การดูแลแบบประคับประคอง การฉีดสารรักษา ไปจนถึงการใช้เลเซอร์ โดยการเลือกวิธีที่เหมาะสมจะขึ้นอยู่กับลักษณะของหลอดเลือด ระดับความรุนแรงของอาการ และการประเมินโดยแพทย์ในแต่ละบุคคล
ที่ BSL Clinic แพทย์จะประเมินลักษณะของปัญหาและความรุนแรงของอาการ เพื่อคัดสรรและวางแผนแนวทางการรักษาที่เหมาะสม พร้อมให้การดูแลที่สอดคล้องกับไลฟ์สไตล์และความต้องการของผู้รับบริการแต่ละคน เพื่อให้กลับมาใช้ชีวิตได้อย่างมั่นใจมากขึ้น
"ผลลัพธ์ขึ้นอยู่กับแต่ละบุคคล"
- Facebook: BSL Clinic
- Contact Us: Contact Us



