
ปัญหาผิวพรรณที่มักมาทักทายคุณแม่มือใหม่คือฝ้าหลังคลอดซึ่งสร้างความกังวลใจได้ไม่น้อย เพราะนอกจากจะต้องรับมือกับการเปลี่ยนแปลงของร่างกายหลาย ๆ อย่างแล้ว ปื้นสีเข้มบนใบหน้ายังทำให้ความมั่นใจลดลง บทความนี้ BSL Clinic จะชวนมาทำความเข้าใจว่าทำไมหลังคลอดลูกแล้วฝ้าถึงขึ้นชัด พร้อมแนะนำวิธีดูแลรักษาที่เหมาะสมเพื่อมอบคุณภาพชีวิตที่ดีและความมั่นใจให้กลับคืนมาอีกครั้งด้วยวิธีการรักษาที่ตอบโจทย์
ทำความรู้จักฝ้าหลังคลอด (Melasma After Pregnancy) ปัญหาผิวที่มาพร้อมการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่

ฝ้าหลังคลอดคือ ลักษณะของเม็ดสีผิวที่ทำงานผิดปกติจนปรากฏเป็นปื้นสีน้ำตาลหรือสีเทาเข้มบนใบหน้า มักพบบ่อยบริเวณโหนกแก้ม หน้าผาก สันจมูก หรือเหนือริมฝีปาก ซึ่งมีความแตกต่างจากกระทั่ว ๆ ไปตรงที่มีลักษณะเป็นแผ่นกระจายตัวเป็นวงกว้าง แม้ว่าชื่อจะเรียกว่าฝ้าหลังคลอดแต่ในความเป็นจริงมักจะเริ่มก่อตัวตั้งแต่ช่วงที่กำลังตั้งครรภ์ และมาชัดเจนที่สุดในช่วงหลังจากที่คลอดบุตรแล้ว
ทำไมฝ้าหลังคลอดถึงมักมีสีเข้มและกระจายเป็นวงกว้าง?
เนื่องจากในช่วงตั้งครรภ์ร่างกายมีการผลิตเม็ดสีออกมาอย่างต่อเนื่องและหนาแน่น เมื่อผิวต้องเผชิญกับปัจจัยกระตุ้นอื่น ๆ เพิ่มเติมหลังคลอด จึงทำให้เม็ดสีที่สะสมอยู่ใต้ผิวแสดงตัวออกมาเป็นวงกว้างและมีสีที่เด่นชัดขึ้นจนสังเกตเห็นได้ง่าย
สาเหตุที่ทำให้เกิดฝ้าหลังคลอดตามกลไกธรรมชาติของร่างกาย
การที่ผิวเกิดฝ้าหลังคลอดขึ้นมานั้น มีที่มาจากปัจจัยภายในและภายนอกที่ทำงานร่วมกันจนส่งผลกระทบต่อเซลล์ผิว ดังนี้
1. ฮอร์โมนเอสโตรเจนและโปรเจสเตอโรนเข้าไปกระตุ้นเซลล์สร้างเม็ดสี
ในช่วงตั้งครรภ์ ระดับฮอร์โมนเอสโตรเจนและโปรเจสเตอโรนในร่างกายจะพุ่งสูงขึ้นกว่าปกติมาก ฮอร์โมนเหล่านี้มีหน้าที่สำคัญในการประคับประคองการตั้งครรภ์ แต่ผลข้างเคียงคือการไปสั่งการให้เซลล์ผลิตเม็ดสีทำงานหนักผิดปกติ เมื่อเซลล์ผลิตเม็ดสีทำงานเกินหน้าที่ จึงเกิดการสร้างเม็ดสีมากองรวมกันจนกลายเป็นฝ้าหลังคลอดในที่สุด
2. การขยายตัวของเส้นเลือดใต้ผิวหนัง
ระบบไหลเวียนโลหิตของคุณแม่จะมีการเปลี่ยนแปลงอย่างมาก เส้นเลือดใต้ผิวหนังมีการขยายตัวและเพิ่มปริมาณมากขึ้นเพื่อหล่อเลี้ยงร่างกาย เส้นเลือดที่เพิ่มขึ้นเหล่านี้มีส่วนสำคัญในการส่งสารอาหารไปเลี้ยงเซลล์ผลิตเม็ดสี ทำให้ฝ้าดูมีสีเข้มและมีลักษณะอมแดง ซึ่งเป็นปัจจัยที่ทำให้ฝ้าหลังคลอดดูชัดเจนและต้องการวิธีการรักษาที่ละเอียดอ่อนกว่าฝ้าแดดปกติ
3. แสงแดดและรังสียูวีซ้ำเติมผิวที่กำลังอ่อนแอ
ผิวในช่วงหลังคลอดจะมีความไวต่อแสงแดดสูงมาก รังสียูวีจะเข้าไปซ้ำเติมผิวที่ถูกกระตุ้นโดยฮอร์โมนอยู่แล้ว ส่งผลให้เม็ดสีที่กำลังก่อตัวเข้มขึ้นอย่างรวดเร็ว แสงแดดจึงเป็นตัวการสำคัญที่ทำให้ฝ้าหลังคลอดฝังลึกลงไปในชั้นผิว และทำให้การรักษาด้วยยาทาเพียงอย่างเดียวอาจไม่เห็นผลเท่าที่ควร
4. ความเครียดและการพักผ่อนน้อยส่งผลต่อการผลิตเม็ดสีผิว
การเลี้ยงลูกในช่วงแรกที่ต้องอดนอนและมีความเครียดสะสม ส่งผลให้ร่างกายหลั่งสารสื่อประสาทและฮอร์โมนบางชนิดที่ไปกระตุ้นเซลล์สร้างเม็ดสีให้ทำงานผิดปกติ กระบวนการนี้เป็นวงจรที่ทำให้ฝ้าหลังคลอดดูหมองคล้ำและไม่จางลงแม้ระดับฮอร์โมนจากการตั้งครรภ์จะเริ่มเข้าสู่ภาวะปกติแล้วก็ตาม
5 วิธีรับมือเบื้องต้นเมื่อพบปัญหาฝ้าหลังคลอดเพื่อไม่ให้ฝ้าฝังลึก

การดูแลผิวเบื้องต้นอย่างถูกวิธีจะช่วยชะลอไม่ให้เม็ดสีสะสมตัวมากขึ้น และช่วยให้การรักษาในขั้นตอนต่อไปทำได้ง่ายขึ้น โดยมีแนวทางดังนี้
1. เลือกใช้ครีมกันแดดที่ปกป้องผิวได้อย่างครอบคลุม
ควรเลือกใช้ครีมกันแดดที่มีค่า SPF 50+ และ PA++++ เป็นประจำทุกวัน แม้ในวันที่ไม่ได้ออกไปไหน เพราะรังสียูวีและแสงจากหลอดไฟสามารถซ้ำเติมฝ้าหลังคลอดให้เข้มขึ้นได้ การปกป้องผิวจากแสงแดดเป็นปราการด่านแรกที่สำคัญที่สุดในการดูแลผิว
2. ใช้ผลิตภัณฑ์ลดการสร้างเม็ดสีที่อ่อนโยน
ควรเลือกใช้เซรั่มหรือครีมที่มีส่วนผสมในการยับยั้งการสร้างเม็ดสีอย่างอ่อนโยน โดยต้องมั่นใจว่าไม่มีสารอันตรายที่ทำให้ผิวบาง และจะต้องเลือกใช้ผลิตภัณฑ์อย่างระมัดระวัง เพราะคุณแม่หลังคลอดมักอยู่ในช่วงให้นมบุตร รวมถึงช่วงหลังคลอดจะเป็นช่วงที่ผิวต้องการการดูแลที่ทะนุถนอมเป็นพิเศษเพื่อไม่ให้เกิดการระคายเคืองจนฝ้าหลังคลอดลุกลาม
3. หลีกเลี่ยงความร้อนและแสงสีฟ้าจากหน้าจออุปกรณ์ต่าง ๆ
ความร้อนจากเตาไฟ แสงสีฟ้าจากหน้าจอโทรศัพท์มือถือ หรือคอมพิวเตอร์ ล้วนเป็นปัจจัยที่กระตุ้นให้เซลล์สร้างเม็ดสีทำงานได้เช่นกัน การพยายามลดความร้อนที่สัมผัสใบหน้าจะช่วยควบคุมไม่ให้ฝ้าหลังคลอดเข้มขึ้นอย่างรวดเร็ว
4. พยายามหาเวลาพักผ่อนและดื่มน้ำให้เพียงพอเพื่อสมดุลผิว
การนอนหลับเพื่อให้ร่างกายได้ซ่อมแซมเซลล์ผิวและดื่มน้ำสะอาดวันละ 8-10 แก้ว จะช่วยให้กระบวนการฟื้นฟูผิวตามธรรมชาติทำงานได้ดีขึ้น เมื่อร่างกายสมดุล สุขภาพผิวจะดีขึ้นส่งผลให้การรักษาฝ้าหลังคลอดเห็นผลได้ชัดเจนกว่าเดิม
5. ไม่ควรใช้สารสกัดที่เร่งการผลัดเซลล์ผิวแรง ๆ เพราะจะทำให้ฝ้าเข้มขึ้น
การพยายามทำให้หน้าขาวใสด้วยการใช้สารสกัดที่รุนแรงจะทำให้ปราการผิวอ่อนแอลง เมื่อผิวบางลงจะยิ่งไวต่อแสงแดดมากขึ้น ส่งผลให้ฝ้าหลังคลอดที่ดูเหมือนจะจางลงในตอนแรก กลับมาเข้มขึ้นกว่าเดิมและรักษายากกว่าเดิมหลายเท่า
5 โปรแกรมรักษาฝ้าหลังคลอดได้อย่างเหมาะสมที่ BSL Clinic
ที่ BSL Clinic เน้นการทำให้ฝ้าจางลงพร้อมกับการฟื้นฟูผิวให้แข็งแรงจากภายใน เพื่อลดโอกาสการกลับมาเป็นซ้ำในระยะยาว โดยมีโปรแกรมที่ดูแลโดยแพทย์ประจำที่ BSL Clinic ดังนี้
1. เทคโนโลยีเลเซอร์ลดเม็ดสีฝ้า PicoWay 250 ps Program
เทคโนโลยีเลเซอร์ความเร็วสูงระดับพิกโควินาทีที่ทำงานโดยการส่งพลังงานลงไปลดเม็ดสีฝ้าหลังคลอดให้ละเอียดเป็นอนุภาคขนาดเล็กมาก ๆ โดยไม่สะสมความร้อนใต้ผิวหนัง ทำให้ร่างกายสามารถกำจัดเม็ดสีเหล่านั้นออกไปได้เองตามธรรมชาติ ผิวจึงกระจ่างใสขึ้นโดยลดโอกาสผิวบางลง
2. โปรแกรม PicoWay Resolve Fusion 532 nm Program
เป็นการใช้เทคโนโลยีเลเซอร์ที่มีความแม่นยำขึ้นในการจัดการเม็ดสีในระดับตื้นและลึกอย่างเหมาะสม ช่วยปรับโทนสีผิวบริเวณที่เป็นฝ้าหลังคลอดให้สม่ำเสมอกันมากขึ้น ลดโอกาสเนื้อเยื่อรอบข้างเสียหาย เเละลดโอกาสหน้าบางลง จึงสามารถเห็นผลการเปลี่ยนแปลงได้อย่างชัดเจน
3. เลเซอร์เส้นเลือด เพื่อลดปัจจัยที่ทำให้ฝ้ากลับมาเข้มอีก
เนื่องจากฝ้าหลังคลอดมักมีเส้นเลือดมาเกี่ยวข้อง การใช้เลเซอร์จัดการเส้นเลือดที่ผิดปกติจะช่วยลด “เสบียง” ที่มาเลี้ยงเซลล์ผลิตเม็ดสี เมื่อเส้นเลือดลดลง โอกาสที่ฝ้าจะกลับมาเข้มขึ้นอีกครั้งก็จะน้อยลงตามไปด้วย เป็นการรักษาที่ช่วยให้ผลลัพธ์คงอยู่ได้ยาวนานขึ้น
4. โปรแกรมเกล็ดเลือดฟื้นฟูดูแลฝ้า เพื่อซ่อมแซมผิวจากภายใน
การนำเกล็ดเลือดเข้มข้นจากร่างกายตัวเองมาผ่านกระบวนการและเติมกลับเข้าสู่ผิว เพื่อช่วยซ่อมแซมเซลล์ที่เสื่อมสภาพและกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนใหม่ ผิวที่แข็งแรงขึ้นจากภายในจะมีความทนทานต่อปัจจัยกระตุ้นต่าง ๆ ได้ดีขึ้น ช่วยให้การรักษาฝ้าหลังคลอดมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น
5. ผลิตภัณฑ์ลดการสร้างเม็ดสีที่ดูแลโดยแพทย์ประจำที่ BSL Clinic
การใช้ยาทาควบคู่ไปกับเทคโนโลยีเลเซอร์จะช่วยเสริมประสิทธิภาพการรักษาให้ดียิ่งขึ้น โดยแพทย์จะออกแบบการใช้ผลิตภัณฑ์ที่เหมาะสมกับสภาพผิวในช่วงนั้น ๆ เพื่อควบคุมการทำงานของเม็ดสี ลดโอกาสที่เม็ดสีจะผลิตเพิ่มมากขึ้น
วิธีป้องกันและดูแลผิวในระยะยาวช่วยลดโอกาสฝ้าหลังคลอดกลับมาเข้มขึ้น

การดูแลต่อเนื่องคือหัวใจสำคัญที่จะช่วยให้ผลลัพธ์คงอยู่ได้นาน ๆ และมอบคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นให้กลับคืนมาอีกครั้ง:
- ทากันแดดอย่างเคร่งครัด: แม้อยู่ในอาคารก็ต้องทา และควรทาซ้ำระหว่างวันหากต้องออกไปเผชิญแสงแดด
- บำรุงผิวให้ชุ่มชื้นเสมอ: ผิวที่ชุ่มชื้นจะทำหน้าที่เป็นเกราะป้องกันปัจจัยภายนอกที่อาจมากระตุ้นฝ้าหลังคลอดได้ดี
- ตรวจเช็กสุขภาพภายใน: หากมีการรับประทานยาคุมกำเนิดหรือปรับฮอร์โมน ควรปรึกษาแพทย์เพราะอาจส่งผลกระทบต่อเม็ดสีผิวได้
คืนความมั่นใจและสุขภาพผิวที่ดีให้กับคุณแม่ที่ BSL Clinic
BSL Clinic ยึดถือแนวทางการรักษาที่เหมาะสมและออกแบบการรักษาเฉพาะบุคคล เราเข้าใจดีว่าฝ้าหลังคลอดเป็นเรื่องที่กวนใจคุณแม่ทุกคน เราจึงคัดสรรเทคโนโลยีที่ได้มาตรฐาน เพื่อมอบผลลัพธ์ที่ดีและคืนผิวที่กระจ่างใสให้กลับมาเป็นของคุณอีกครั้ง
FAQ คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับฝ้าหลังคลอด
1. ฝ้าหลังคลอดสามารถจางลงเองได้ไหมเมื่อเวลาผ่านไป?
ในบางกรณีเมื่อระดับฮอร์โมนกลับเข้าสู่ภาวะปกติ ฝ้าหลังคลอดอาจจางลงได้บ้างเล็กน้อย แต่ส่วนใหญ่มักจะยังคงหลงเหลือเม็ดสีที่ฝังลึกอยู่ใต้ผิว ซึ่งหากไม่ได้รับการรักษาอย่างถูกวิธี ฝ้าเหล่านี้มักจะอยู่ติดตัวไปตลอดและอาจเข้มขึ้นตามอายุที่มากขึ้น
2. คุณแม่ควรเริ่มรักษาฝ้าหลังคลอดในช่วงเวลาไหนดีที่สุด?
สามารถเริ่มปรึกษาแพทย์เพื่อประเมินสภาพผิวได้ตั้งแต่หลังคลอด โดยทั่วไปหากต้องการเริ่มใช้เทคโนโลยีเลเซอร์ แนะนำให้รอประมาณ 1-3 เดือนหลังคลอดเพื่อให้ร่างกายและฮอร์โมนเริ่มคงตัว ซึ่งจะทำให้การรักษาเห็นผลได้ดีและมีประสิทธิภาพสูงสุด
3. ทำเลเซอร์รักษาฝ้าหลังคลอดในช่วงให้นมลูกได้หรือไม่?
สามารถทำได้ เนื่องจากเลเซอร์เป็นการทำงานเฉพาะจุดบนผิวหนังและไม่มีการดูดซึมสารเคมีเข้าสู่กระแสเลือดที่เป็นอันตรายต่อบุตร อย่างไรก็ตาม การใช้ยาทาบางชนิดควรได้รับคำแนะนำ และการดูแลจากแพทย์ที่มีความเข้าใจด้านการรักษาฝ้า เพื่อให้เกิดความมั่นใจในความปลอดภัย
4. ทำไมรักษาฝ้าหลังคลอดแล้วดูเหมือนจะจางลงแต่กลับมาเข้มขึ้นอีก?
มักเกิดจากการที่รักษาเฉพาะเม็ดสีที่ผิวชั้นบนแต่ไม่ได้จัดการเส้นเลือดที่เป็นตัวกระตุ้น หรือการละเลยการทากันแดดอย่างถูกวิธี นอกจากนี้หากผิวบอบบางจากการรักษาที่รุนแรงเกินไป ผิวจะยิ่งไวต่อแสงและทำให้ฝ้าหลังคลอดกลับมาเข้มขึ้นได้ง่าย
5. การซื้อครีมทาฝ้าทั่วไปมาใช้เองอันตรายต่อฝ้าหลังคลอดอย่างไร?
ครีมทาฝ้าบางชนิดอาจมีส่วนผสมของสารสเตียรอยด์หรือสารปรอทที่ทำให้ฝ้าจางไวแต่ทำลายโครงสร้างผิวในระยะยาว เมื่อหยุดใช้ผิวจะคล้ำเสียรุนแรงและกลายเป็นฝ้าถาวร การรักษาฝ้าหลังคลอดภายใต้การดูแลของแพทย์จึงเป็นทางเลือกที่ปลอดภัยกว่า
สรุป: การรักษาที่เหมาะสมคือหัวใจสำคัญของการจัดการฝ้าหลังคลอดที่ยั่งยืน
การจัดการกับปัญหาฝ้าหลังคลอดต้องอาศัยความเข้าใจในกลไกของร่างกายและการรักษาที่ถูกต้องตามหลักการแพทย์ ที่ BSL Clinic พร้อมเป็นเพื่อนคู่คิดในการดูแลผิวและมอบคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นผ่านเทคโนโลยีที่ได้มาตรฐาน เพื่อผิวที่แข็งแรงและกระจ่างใสในระยะยาว
- E-Mail: [email protected]
- เบอร์โทรศัพท์ 099-343-8666
- ID Line: @bslclinic
