
เลือกอ่านส่วนที่คุณสนใจ
สิวอุดตัน สิวผด แม้จะมีลักษณะเป็นตุ่มเม็ดเล็ก ๆ คล้ายกัน แต่แท้จริงแล้วเป็นปัญหาผิวที่เกิดจากคนละสาเหตุ หลายคนจึงมักเข้าใจผิดว่าเป็นสิวชนิดเดียวกัน และเลือกวิธีดูแลหรือใช้ผลิตภัณฑ์รักษาแบบเดียวกัน ซึ่งอาจทำให้ปัญหาไม่ดีขึ้น หรือกลับมาเกิดซ้ำได้
หากสังเกตดี ๆ สิวทั้งสองชนิดมีลักษณะ อาการ และปัจจัยกระตุ้นที่แตกต่างกัน การทำความเข้าใจว่าเป็นสิวชนิดใดจึงเป็นจุดเริ่มต้นสำคัญของการดูแลผิว เพราะเมื่อรักษาได้ตรงกับสาเหตุ ก็จะช่วยลดโอกาสการอุดตัน ลดการระคายเคือง และลดความเสี่ยงที่สิวจะพัฒนาไปเป็นปัญหาผิวที่รุนแรงมากขึ้น
บทความนี้จะพาคุณไปรู้จักความแตกต่างของสิวทั้งสองชนิด ตั้งแต่สาเหตุ ลักษณะอาการ วิธีสังเกต ไปจนถึงแนวทางการดูแลและการรักษาที่เหมาะสม เพื่อช่วยให้คุณเลือกวิธีดูแลผิวได้อย่างตรงจุด และลดโอกาสการกลับมาเป็นซ้ำในระยะยาว

สาเหตุที่แท้จริง ของการเกิดสิวอุดตัน
สิวอุดตัน (Comedones) เกิดจากการอุดตันภายในรูขุมขน ซึ่งเป็นผลมาจากการสะสมของเซลล์ผิวที่ผลัดตัวไม่สมบูรณ์ ไขมัน (Sebum) ที่ผลิตออกมามากกว่าปกติ และสิ่งสกปรกที่ตกค้างอยู่ภายในรูขุมขน เมื่อสารเหล่านี้รวมตัวกัน จะก่อตัวเป็นสิวอุดตันขนาดเล็กใต้ผิวหนัง หากไม่ได้รับการดูแลอย่างเหมาะสม อาจพัฒนาเป็นสิวอักเสบในเวลาต่อมาได้
การเกิดสิวอุดตันไม่ได้มีสาเหตุจากการล้างหน้าไม่สะอาดเพียงอย่างเดียว แต่ยังเกี่ยวข้องกับหลายปัจจัยร่วมกัน ทั้งการเปลี่ยนแปลงของฮอร์โมน การใช้ผลิตภัณฑ์ที่ไม่เหมาะกับสภาพผิว พฤติกรรมการใช้ชีวิต รวมถึงพันธุกรรม ซึ่งล้วนมีผลต่อการผลิตน้ำมันและการผลัดเซลล์ผิวตามธรรมชาติ
โดยมีปัจจัยพบบ่อยที่ส่งผลให้เกิดสิวอุดตัน ได้แก่
- การผลิตน้ำมันมากกว่าปกติ ทำให้ไขมันสะสมอยู่ภายในรูขุมขนและเกิดการอุดตันได้ง่าย
- การผลัดผิวชั้นนอกผิดปกติ ทำให้ผิวชั้นนอกหลุดลอกไม่สมบูรณ์ จึงสะสมอยู่บริเวณรูขุมขน
- การใช้เครื่องสำอางหรือสกินแคร์ที่ไม่เหมาะกับผิว โดยเฉพาะผลิตภัณฑ์ที่มีเนื้อหนักหรืออาจก่อให้เกิดการอุดตัน
- การเปลี่ยนแปลงของฮอร์โมน เช่น ช่วงวัยรุ่น ช่วงก่อนมีประจำเดือน หรือภาวะที่ทำให้ต่อมไขมันทำงานมากขึ้น
- พฤติกรรมในชีวิตประจำวัน เช่น การสัมผัสใบหน้าบ่อย ๆ การล้างเครื่องสำอางไม่หมด ความเครียด หรือการพักผ่อนไม่เพียงพอ ซึ่งอาจเป็นปัจจัยกระตุ้นให้ปัญหารุนแรงขึ้นในบางราย

สาเหตุที่แท้จริง ของการเกิดสิวผด
สิวผด (Acne Estivalis) เป็นผื่นลักษณะเป็นตุ่มเล็ก ๆ ที่มักขึ้นเป็นจำนวนมากในบริเวณเดียวกัน โดยเฉพาะหน้าผาก แก้ม หรือคาง หลายคนมักเข้าใจว่าเป็นสิวอุดตัน เนื่องจากมีลักษณะคล้ายกัน แต่แท้จริงแล้วสิวผดเกิดจากปัจจัยที่แตกต่างออกไป และไม่ได้มีสาเหตุจากการอุดตันของรูขุมขนโดยตรง
โดยทั่วไป มักเกิดจากการระคายเคืองผิวร่วมกับปัจจัยภายนอกต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็น
- อากาศร้อน เหงื่อออกเยอะ ซึ่งความร้อนและความอับชื้นส่งผลให้เกิดอาการระคายเคืองผิว หรือตุ่มผื่น ผด ได้ง่าย
- ใช้ผลิตภัณฑ์ที่ระคายเคืองผิว เช่น มีแอลกอฮอล์ สารกันเสีย สารสังเคราะห์ต่าง ๆ ที่อาจทำให้ผิวไวต่อการระคายเคืองมากขึ้น
- มลภาวะ และสิ่งสกปรก ที่เผชิญในชีวิตประจำวัน ซึ่งส่งผลให้ผิวระคายเคืองและกระตุ้นให้เกิดปัญหาสิวผดได้
- การเสียดสีบนผิว โดยเฉพาะผู้ที่ใส่หน้ากากอนามัย หมวกเป็นประจำ รวมถึงอาจเสียดสีจากเส้นผมสัมผัสผิวหน้าบ่อยครั้ง เสี่ยงทำให้ผิวระคายเคือง และเกิดสิวผดได้ง่ายเช่นกัน
3 ทริคสุดเจ๋ง รักษาสิวอุดตัน สิวผด อย่างไร ให้หายได้ผิวเรียบเนียน

ต้องรู้ก่อนว่า การรักษาสิวอุดตัน สิวผด นั้นเป็นการรักษาที่แตกต่างกัน เพราะว่า สาเหตุของการเกิดสิวทั้งสองประเภทนี้ไม่เหมือนกัน การแก้ปัญหาและวิธีรักษาสิวจึงไม่เหมือนกัน หากผิวของคุณเป็นสิว และไม่แน่ใจว่า เป็นสิวอุดตัน หรือสิวผด แนะนำให้ปรึกษาแพทย์ผิวหนัง ที่มีความประสบการณ์ด้านสิว ในการหาสาเหตุที่แท้จริงของการเกิดสิวอุดตัน หรือสิวผด จะดีกว่า

ปรับพฤติกรรม ไลฟ์สไตล์ในชีวิตประจำวัน ไม่ว่าจะเป็น หลีกเลี่ยงการกินอาหารรสหวาน เพราะอาหารที่มีน้ำตาลสูง (Glycemic Index – G.I) เป็นตัวกระตุ้นให้สิวเกิดขึ้นได้ เช่น ข้าวขาว ขนมปัง มันฝรั่ง และอาหารรสหวานอื่นๆ, ไม่ล้างหน้าบ่อยจนเกินไป ล้างหน้าแค่วันละ 2 ครั้ง ก็เพียงพอ เพราะการล้างหน้บ่อยๆ จะยิ่งทำให้เกราะป้องกันผิวอ่อนแอ และทำลายน้ำมันธรรมชาติบนผิวให้หมดไป เมื่อล้างหน้าบ่อยเกินไป ปัญหาใหม่ก็เกิดขึ้น นั่นคือผิวแห้งระคายเคืองกว่าเดิม ส่วนคนผิวมัน เมื่อล้างหน้าสะอาดเกินไป น้ำมันธรรมชาติบนผิวไม่เหลือ ผิวก็จะมีการผลิตน้ำมันออกมามากกว่าเดิม เพราะผิวขาดสมดุล และนำมาสู่ปัญหาสิวให้เกิดขึ้นได้

ไม่กดสิวเอง เพราะส่วนมากสิวเม็ดเล็กๆ แบบนี้ หลายๆ คนมักจะ รักษาสิวอุดตัน สิวผด ด้วยการกดสิวให้ออกจากผิวเอง โดยไม่ได้คำนึงถึงผลเสียที่จะเกิดขึ้นกับผิว เช่น กดสิวออกจากผิวไม่หมด หรือกดแรงเกินไป ทำให้จากแค่เป็นสิวอุดตัน แต่กลับกลายเป็นสิวอักเสบและพัฒนากลายเป็นหลุมสิวได้ เพราะฉะนั้นการกดสิวควรปล่อยให้เป็นหน้าที่ของคุณหมอหรือผู้ที่ผ่านการฝึกอบรมในด้านการกดสิวมาอย่างชำนาญการ เพื่อลดโอกาสทำให้ผิวและสิวเกิดการอักเสบขึ้น
สรุป
เพราะสิวอุดตัน สิวผดเม็ดเล็กๆ ก็สามารถส่งผลกระทบต่อความมั่นใจให้กับใครหลายๆ คนได้ ดังนั้น การรักษาสิวอุดตัน สิวผด หากอยู่ในการดูแลรักษาสิว จากแพทย์ ก็สามารถรักษาให้สิวดีขึ้น และได้ผิวหน้าที่เรียบเนียน เพื่อทวงคืนความมั่นใจให้กลับมาหาคุณได้อีกครั้ง
อยากหน้าใส ผิวเรียบเนียน ต้องรักษาสิวอุดตัน สิวผด ให้ถูกวิธี คลิกเลยที่
https://bslclinic.co.th/acne-treatment/


