
เมื่อเกิดรอยแผลเป็นขึ้นบนผิวหนัง ไม่ว่าจะเป็นแผลเป็นจากสิว อุบัติเหตุ หรือรอยแผลจากการผ่าตัด มักจะสร้างความกังวลใจและทำให้หลายคนสูญเสียความมั่นใจในการแต่งตัวหรือการใช้ชีวิตประจำวัน เมื่อพยายามทาครีมแล้วรอยแผลไม่จางลง การพึ่งพาเทคโนโลยีทางการแพทย์จึงเป็นทางเลือกที่ได้รับความนิยม แต่คำถามยอดฮิตที่มักจะตามมาเสมอคือเลเซอร์แผลเป็นกี่ครั้งหาย ในทางการแพทย์นั้นแผลเป็นไม่สามารถทำให้ผิวกลับมาเนียนขึ้น เหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้นเลย 100% แต่เทคโนโลยีเลเซอร์สามารถช่วยฟื้นฟูให้รอยแผลแลดูจางลงและกลืนไปกับผิวรอบข้างได้มากขึ้น ซึ่งจำนวนครั้งที่ทำนั้นจะขึ้นอยู่กับหลายปัจจัย
สารบัญ
เลเซอร์แผลเป็นกี่ครั้งหาย ต้องประเมินจากปัจจัยอะไรบ้าง

ข้อสงสัยที่ว่าเลเซอร์แผลเป็นกี่ครั้งหาย เป็นคำถามที่ไม่สามารถระบุตัวเลขที่ตายตัวสำหรับทุกคนได้ เนื่องจากผิวหนังและลักษณะบาดแผลของแต่ละบุคคลมีความแตกต่างกัน โดยแพทย์จะต้องประเมินจากปัจจัยหลักๆ ดังนี้
ชนิดและความลึกของแผลเป็น
แผลเป็นแต่ละชนิดมีความยากง่ายในการดูแลที่แตกต่างกัน แผลเป็นที่มีลักษณะตื้นอยู่บนผิวชั้นนอกจะใช้เวลา หรือจำนวนครั้งในการดูแลน้อยกว่าแผลเป็นที่เป็นหลุมลึกหรือแผลเป็นที่มีลักษณะนูนหนา ซึ่งต้องอาศัยการปรับเปลี่ยนและฟื้นฟูโครงสร้างเนื้อเยื่อที่ลึกกว่า
อายุของรอยแผลเป็น
ระยะเวลาการเกิดแผลเป็นมีผลต่อการตอบสนองของเลเซอร์ แผลเป็นที่เพิ่งเกิดขึ้นใหม่หรืออยู่ในระยะเริ่มต้น มักจะตอบสนองต่อโปรแกรมเลเซอร์ได้ดีและอาจใช้จำนวนครั้งน้อยกว่าแผลเป็นที่ฝังลึกและปล่อยทิ้งไว้มานานหลายปี
ความรวดเร็วในการรักษา
ช่วงเวลาในการเริ่มต้นดูแลแผลเป็นถือเป็นปัจจัยสำคัญที่ส่งผลต่อจำนวนครั้งในการทำโปรแกรมเลเซอร์ ยิ่งเริ่มต้นดูแลรอยแผลได้เร็วเท่าไหร่ โดยเฉพาะอย่างยิ่งหลังแผลสมานตัวหรือภายใน 1 สัปดาห์หลังจากการผ่าตัด จะถือเป็นช่วงเวลาที่ดีในการช่วยป้องกันการเกิดแผลเป็นที่รักษายาก ซึ่งจะช่วยให้การฟื้นฟูผิวใช้ระยะเวลาหรือจำนวนครั้งที่น้อยลงเมื่อเทียบกับการปล่อยแผลเป็นทิ้งไว้จนกลายเป็นพังผืดฝังลึก
การตอบสนองของสภาพผิวแต่ละบุคคล
ร่างกายและสภาพผิวของแต่ละคนมีกระบวนการซ่อมแซมคอลลาเจนที่แตกต่างกัน บางคนผิวสามารถสร้างเนื้อเยื่อใหม่ขึ้นมาทดแทนได้ไว ในขณะที่บางคนอาจต้องใช้เวลาในการกระตุ้นนานกว่า ซึ่งปัจจัยนี้ส่งผลโดยตรงต่อระยะเวลาและการเปลี่ยนแปลงของรอยแผล
ทำความรู้จักประเภทของแผลเป็นที่พบได้บ่อย
แผลเป็นแต่ละชนิดมีลักษณะและกลไกการเกิดที่แตกต่างกัน การทำความรู้จักกับประเภทของแผลเป็นจะช่วยให้สามารถประเมินแนวทางการดูแลผิวเบื้องต้นได้อย่างเหมาะสม โดยแผลเป็นที่มักพบได้บ่อยมีดังนี้
แผลเป็นนูนหนา (Hypertrophic Scar)
มีลักษณะเป็นแผลที่นูนขึ้นมาจากผิวหนังปกติ แต่จะขยายตัวอยู่เฉพาะในขอบเขตของบาดแผลเดิมเท่านั้น มักเกิดจากการที่ร่างกายสร้างคอลลาเจนมากเกินไปในช่วงกระบวนการซ่อมแซมบาดแผล และมักจะมีสีแดงหรือสีคล้ำกว่าผิวรอบข้าง
แผลเป็นคีลอยด์ (Keloid Scar)
เป็นแผลเป็นที่มีลักษณะนูนหนาและขยายใหญ่ลุกลามเกินขอบเขตของบาดแผลเดิมออกไป มักมีอาการคัน ตึง หรือเจ็บร่วมด้วยเมื่อสัมผัส เกิดจากความผิดปกติของกระบวนการสมานแผลที่สร้างเนื้อเยื่อมากผิดปกติ และมักมีปัจจัยทางพันธุกรรมเข้ามาเกี่ยวข้อง
แผลเป็นรอยบุ๋มหรือหลุมสิว (Atrophic Scar)
มีลักษณะเป็นหลุมลึกหรือรอยยุบตัวลงไปจากระดับผิวหนังปกติ มักเกิดจากการที่เนื้อเยื่อและคอลลาเจนใต้ผิวถูกทำลายอย่างรุนแรง เช่น การอักเสบของสิวเรื้อรัง หรือรอยจากโรคอีสุกอีใส ทำให้ร่างกายไม่สามารถสร้างเนื้อเยื่อขึ้นมาเติมเต็มได้เพียงพอ
แผลเป็นหดรั้ง (Contracture Scar)
มักเกิดจากบาดแผลไฟไหม้ น้ำร้อนลวก หรือแผลที่มีขนาดใหญ่ เมื่อแผลสมานตัวจะเกิดการดึงรั้งของเนื้อเยื่อผิวหนังรอบๆ ทำให้ผิวบริเวณนั้นตึง ขาดความยืดหยุ่น และอาจส่งผลกระทบต่อการเคลื่อนไหวหากรอยแผลเกิดขึ้นบริเวณข้อต่อ
รอยดำและรอยแดงหลังการอักเสบ (PIH และ PIE)
แม้จะไม่ใช่แผลเป็นที่มีการเปลี่ยนแปลงของโครงสร้างเนื้อเยื่อลึกๆ แต่รอยคล้ำดำ (PIH) และรอยแดง (PIE) มักจะทิ้งร่องรอยกวนใจไว้บนผิวหลังจากการอักเสบ เช่น สิว หรือผื่นคัน ซึ่งเกิดจากการขยายตัวของเส้นเลือดและการทำงานที่เพิ่มขึ้นของเม็ดสีเมลานิน
วิธีรักษากระบนหน้าอย่างไรให้จางลง ที่ BSL Clinic

การจะประเมินว่าแผลเป็นแต่ละประเภทต้องใช้ระยะเวลาหรือจำนวนครั้งในการดูแลเท่าไหร่นั้น ไม่มีตัวเลขที่แน่ชัดสำหรับทุกคน เนื่องจากสภาพผิวของแต่ละบุคคลไม่เหมือนกัน ที่ BSL Clinic การแนะนำแนวทางการดูแลที่เหมาะสมจะเริ่มต้นจากการฟังอย่างเข้าใจ เพื่อประเมินว่าผู้ใช้บริการแต่ละคนมีความต้องการอย่างไร มีความกังวลในจุดไหน รวมถึงพูดคุยถึงข้อจำกัดเรื่องเวลา งบประมาณ และความคาดหวังต่อผลลัพธ์ เพื่อให้ออกแบบโปรแกรมที่ตอบโจทย์และเหมาะสมกับลักษณะรอยแผลเป็นของแต่ละบุคคล อย่างไรก็ตาม แผลแต่ละประเภทก็มีแนวทางการประเมินความต่อเนื่องเบื้องต้น ดังนี้
- รอยแดงและรอยดำจากสิว: เป็นรอยแผลเป็นตื้นที่เกิดจากการอักเสบของผิว มักจะใช้จำนวนครั้งในการดูแลไม่มากเมื่อเทียบกับแผลประเภทอื่น การทำโปรแกรมเลเซอร์อย่างต่อเนื่องจะช่วยลดการทำงานของเม็ดสีและเส้นเลือด ทำให้สีผิวกลับมาแลดูสม่ำเสมอขึ้น
- แผลเป็นหลุมสิวหรือแผลเป็นบุ๋มลึก: เกิดจากการสูญเสียคอลลาเจนและเนื้อเยื่อใต้ผิวหนังอย่างรุนแรง ต้องอาศัยเวลาในการส่งพลังงานลงไปกระตุ้นให้ร่างกายสร้างเนื้อเยื่อใหม่ จึงมักจะต้องทำโปรแกรมต่อเนื่องหลายครั้งเพื่อเติมเต็มให้ผิวแลดูเรียบเนียนและตื้นขึ้น
- แผลเป็นนูนและคีลอยด์: เกิดจากการที่ร่างกายสร้างคอลลาเจนในกระบวนการสมานแผลมากเกินความพอดี การดูแลอาจต้องใช้โปรแกรมเลเซอร์ควบคู่ไปกับวิธีการอื่นตามดุลยพินิจของแพทย์ และต้องอาศัยความต่อเนื่องในการดูแลเพื่อลดความนูนแดงและทำให้แผลแลดูนุ่ม ยุบตัวลง ลดการอักเสบ และปรับผิวให้ดูเรียบขึ้น
ดูแลปัญหาแผลเป็นอย่างเหมาะสมที่ BSL Clinic

หากกำลังมองหาสถานพยาบาลเพื่อดูแลปัญหาผิวและยังมีความกังวลว่าเลเซอร์แผลเป็นกี่ครั้งหาย ที่ BSL Clinic มีแนวทางการดูแลปัญหาแผลเป็นได้ครอบคลุมกับลักษณะของแผลเป็น ไม่ว่าจะเป็นแผลเป็นจากสิว แผลผ่าตัด แผลอุบัติเหตุ หรือแผลไฟไหม้ โดยเน้นประเมินการรักษาตามสภาพผิวจริงของแต่ละบุคคล ดังนี้
วิเคราะห์ลักษณะแผลเป็นและออกแบบการดูแลโดยแพทย์
จุดเด่นของคลินิกคือการดูแลโดยแพทย์ที่มีความเข้าใจในโครงสร้างผิว แพทย์จะทำการประเมินลักษณะของแผลเป็นอย่างละเอียดแบบ Case by case เพื่อดูความลึก ความหนา และชนิดของแผล พร้อมตอบคำถามและคลายข้อสงสัยของแต่ละคนว่าควรดูแลด้วยวิธีใด และควรใช้จำนวนครั้งประมาณเท่าไหร่จึงจะเหมาะสมกับรอยแผลนั้นๆ
ผสานเทคโนโลยีเลเซอร์ดูแลแผลเป็นที่ครอบคลุม
ทางคลินิกมีเครื่องมือและโปรแกรมเลเซอร์ที่หลากหลาย ซึ่งสามารถดูแลปัญหาแผลเป็นได้ครอบคลุมทุกรูปแบบ ทั้งแผลเป็นหลุมลึก รอยแดงรอยดำ หรือแผลเป็นนูน โดยแพทย์จะเลือกใช้พลังงานที่เหมาะสมกับบาดแผลแต่ละชนิด ช่วยฟื้นฟูผิวอย่างระมัดระวัง ลดความเสี่ยงในการเกิดรอยช้ำ และช่วยให้รอยแผลเป็นแลดูจางลง
เน้นการกระตุ้นคอลลาเจนใหม่ เพื่อฟื้นฟูโครงสร้างผิวในระยะยาว
แนวทางหลักของการทำโปรแกรมรักษารอยแผลเป็นที่ BSL Clinic คือการกระตุ้นให้ร่างกายสร้างคอลลาเจนและอีลาสตินขึ้นมาใหม่ เพื่อซ่อมแซมและปรับโครงสร้างผิวรอบข้างให้แข็งแรงขึ้นควบคู่กันไป ช่วยให้ผิวโดยรวมกลับมาแลดูเรียบเนียนอย่างเป็นธรรมชาติ ทั้งนี้ผลลัพธ์ของการรักษาในแต่ละบุคคลอาจแตกต่างกัน
วิธีดูแลตัวเองหลังทำโปรแกรมเลเซอร์รอยแผลเป็น
การดูแลผิวหลังเข้ารับการทำเลเซอร์เป็นขั้นตอนที่สำคัญไม่แพ้กัน เพราะจะช่วยให้กระบวนการซ่อมแซมชั้นผิวทำงานได้อย่างเต็มที่ และช่วยลดโอกาสเกิดผลข้างเคียงหรือรอยดำคล้ำหลังทำ โดยสามารถปฏิบัติตามแนวทางพื้นฐานได้ดังนี้
- หลีกเลี่ยงแสงแดด: พยายามไม่ให้ผิวบริเวณที่ทำเลเซอร์สัมผัสกับแสงแดดโดยตรง และควรทาครีมกันแดดที่มีค่า SPF และ PA อย่างเหมาะสมเป็นประจำทุกวัน เพื่อป้องกันไม่ให้รอยแผลเป็นมีสีเข้มขึ้น
- เน้นการเพิ่มความชุ่มชื้น: หมั่นทาผลิตภัณฑ์บำรุงผิวหรือมอยส์เจอไรเซอร์ตามที่แพทย์แนะนำ เพื่อช่วยให้เกราะป้องกันผิว (Skin Barrier) ฟื้นตัวได้รวดเร็วและลดอาการแห้งลอก
- งดการแกะ เกา หรือสครับผิว: หากมีสะเก็ดเล็กๆ เกิดขึ้นหลังทำเลเซอร์ ควรปล่อยให้หลุดลอกไปเองตามธรรมชาติ ห้ามแกะเกาเด็ดขาด รวมถึงงดการใช้สครับขัดผิวในบริเวณนั้น
- หลีกเลี่ยงสารผลัดชั้นผิวรุนแรง: งดการใช้สกินแคร์ที่มีส่วนผสมของ AHA, BHA หรือสารเรตินอล ในช่วงสัปดาห์แรกหลังทำเลเซอร์ เพื่อป้องกันไม่ให้ผิวเกิดการระคายเคือง
- ปฏิบัติตามคำแนะนำของแพทย์: ทายาหรือปฏิบัติตามคำแนะนำที่แพทย์ประเมินให้อย่างเคร่งครัด หากมีอาการผิดปกติควรติดต่อสอบถามกับทางคลินิกทันที
FAQ คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับการทำเลเซอร์แผลเป็น
1. ทำโปรแกรมเลเซอร์แผลเป็นเจ็บหรือไม่
เทคโนโลยีเลเซอร์ในปัจจุบันถูกพัฒนาให้มีความอ่อนโยนต่อผิวมากขึ้น ระหว่างการทำอาจให้ความรู้สึกอุ่นๆ หรือคล้ายยางดีดเบาๆ บนผิว และทางคลินิกจะมีการดูแลเพื่อความผ่อนคลายในทุกขั้นตอนการรับบริการ
2. หลังทำเลเซอร์รอยแผลเป็นต้องพักฟื้นผิวไหม
ขึ้นอยู่กับประเภทของโปรแกรมเลเซอร์และสภาพแผลเป็น หากเป็นการดูแลรอยแดงรอยดำทั่วไปมักไม่ต้องใช้เวลาพักฟื้น แต่หากเป็นเลเซอร์ที่เน้นกระตุ้นการสร้างเนื้อเยื่อใหม่สำหรับหลุมสิว อาจมีรอยแดงเรื่อๆ เกิดขึ้นชั่วคราว ซึ่งแพทย์จะให้คำแนะนำในการดูแลผิวอย่างใกล้ชิด
3. เลเซอร์แผลเป็นกี่ครั้งหาย รอยแผลสามารถกลับมาเป็นซ้ำได้อีกหรือไม่
แผลเป็น ไม่สามารถทำให้หายได้ 100% แต่สามารถรักษาให้จางลง และเรียบเนียนขึ้นได้ โดยทั่วไปหากบริเวณที่ผิวเกิดรอยแผลเป็นไม่ได้เกิดอุบัติเหตุ หรือการบาดเจ็บเพิ่ม รอยแผลนั้นก็มักไม่กลับมาเป็นซ้ำหรือนูนขึ้น ขึ้นอยู่กับสภาพผิวของแต่ละบุคคล
4. สามารถใช้ครีมลดรอยแผลเป็นควบคู่กับการทำเลเซอร์ได้ไหม
สามารถใช้ร่วมกันได้เพื่อช่วยเพิ่มความชุ่มชื้นให้แก่ผิวบริเวณที่มีรอยแผล แต่ควรนำผลิตภัณฑ์ที่ใช้ประจำมาปรึกษาแพทย์ก่อน เพื่อให้แพทย์แนะนำช่วงเวลาการทาครีมที่เหมาะสมและป้องกันไม่ให้เกิดอาการระคายเคืองต่อผิวหลังจากการทำเลเซอร์
สรุป
สำหรับคำถามที่ว่าเลเซอร์แผลเป็นกี่ครั้งหาย คำตอบที่เหมาะสมคือขึ้นอยู่กับลักษณะความรุนแรงของแผลและสภาพผิวของแต่ละบุคคลเป็นหลัก แม้แผลเป็นจะไม่สามารถลบเลือนให้หายไปได้ทั้งหมด แต่การดูแลอย่างต่อเนื่องด้วยเทคโนโลยีเลเซอร์ที่เหมาะสม ภายใต้การดูแลและประเมินโดยแพทย์ที่ BSL Clinic จะช่วยให้ผิวกลับมาแลดูเรียบเนียนขึ้นและช่วยคืนความมั่นใจ
- E-Mail: [email protected]
- เบอร์โทรศัพท์ 099-343-8666
- ID Line: @bslclinic


