ประกาศความเป็นส่วนตัว (Privacy Notice) สำหรับถ่ายภาพนิ่ง หรือภาพเคลื่อนไหว

ประกาศความเป็นส่วนตัว (Privacy Notice) สำหรับถ่ายภาพนิ่ง หรือภาพเคลื่อนไหว


ประกาศความเป็นส่วนตัว

(Privacy Notice)


สำหรับการถ่ายภาพนิ่ง หรือภาพเคลื่อนไหว

บริษัท บีเอสแอลคลินิก จำกัด (“บริษัทฯ”) เคารพและให้ความสำคัญในสิทธิความเป็นส่วนตัวเกี่ยวกับข้อมูลส่วนบุคคลและมีความรับผิดชอบในการรักษาความปลอดภัยของข้อมูลส่วนบุคคลของท่าน ที่อยู่ภายใต้ความดูแลของบริษัทฯ และมุ่งมั่นที่จะจัดการข้อมูลดังกล่าว ด้วยวิธีการที่มั่นคงปลอดภัยและน่าเชื่อถือ ในการนี้ บริษัทฯ จึงได้จัดทำประกาศความเป็นส่วนตัว (Privacy Notice) สำหรับการถ่ายภาพนิ่ง หรือภาพเคลื่อนไหวฉบับนี้ (“ประกาศ”) เพื่ออธิบายถึงวิธีการปฏิบัติต่อข้อมูลส่วนบุคคล และข้อมูลส่วนบุคคลอ่อนไหว และชี้แจงรายละเอียดเกี่ยวกับการเก็บรวบรวม ใช้ การเปิดเผย และวัตถุประสงค์ที่บริษัทฯ ได้ประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคล พร้อมแจ้งสิทธิต่าง ๆ ของท่าน ซึ่งมีรายละเอียด ดังนี้


ข้อ 1. ประเภทและแหล่งที่มาของข้อมูลส่วนบุคคล

บริษัทฯ มีความจำเป็นต้องทำการประมวลผลข้อมูลภาพถ่าย ไม่ว่าจะเป็นการบันทึกภาพนิ่ง ภาพเคลื่อนไหวของ ผู้ให้สัมภาษณ์/แสดงความคิดเห็น ผู้ที่ได้รับรางวัล ลูกค้า หรือผู้รับบริการ (“ท่าน”) ซึ่งข้อมูลส่วนบุคคลที่บริษัทฯ ประมวลผลอาจเป็นการภาพนิ่ง หรือภาพเคลื่อนไหว ระหว่างการสัมภาษณ์ บรรยากาศระหว่างการจัดกิจกรรม หรือการถ่ายภาพรวม (ภาพหมู่) เมื่อเสร็จสิ้นการจัดกิจกรรม (“กิจกรรม”) ซึ่งถูกจัดเก็บไว้ในรูปแบบกระดาษ หรือรูปแบบอิเล็กทรอนิกส์บนอุปกรณ์บันทึกข้อมูลของบริษัทฯ ซึ่งในการบันทึกข้อมูลอาจรวมถึงข้อมูลส่วนตัวของเจ้าของข้อมูล เช่น ชื่อ นามสกุล ตำแหน่งของเจ้าของภาพ และข้อมูลกิจกรรม สถานที่ วันที่ เวลา ที่ปรากฏบนภาพ

ในกรณีที่เป็นการบันทึกภาพถ่ายของท่าน เพื่อวัตถุประสงค์ในทางการตลาด บริษัทฯ จะขออนุญาตจากท่าน เมื่อบริษัทฯ ได้ทำการคัดเลือกภาพถ่ายนั้นไปเปิดเผย เผยแพร่ พร้อมทั้งขออนุญาตระบุชื่อ นามสกุล เพื่อประกอบกับภาพของท่าน เพื่อทำการประชาสัมพันธ์ ภายใต้วัตถุประสงค์ที่ระบุไว้ในเอกสารที่บริษัทฯ ได้ขอความยินยอมและแจ้งต่อท่าน


ข้อ 2. วัตถุประสงค์ และฐานในการประมวลผลข้อมูล

บริษัทฯ อาจอาศัยหรืออ้าง (1) ฐานความยินยอม เพื่อประมวลผลข้อมูลของท่าน (2) ฐานการปฏิบัติตามสัญญา สำหรับการเริ่มต้นทำสัญญา หรือการเข้าทำสัญญา หรือการปฏิบัติตามสัญญากับท่าน (3) ฐานการปฏิบัติหน้าที่ตามกฎหมายของบริษัทฯ (4) ฐานประโยชน์โดยชอบด้วยกฎหมายของบริษัทฯ และของบุคคลภายนอก (5) ฐานการป้องกันหรือระงับอันตรายต่อชีวิต ร่างกาย หรือสุขภาพของบุคคล และ/หรือ (6) ฐานประโยชน์สาธารณะสำหรับการดำเนินภารกิจเพื่อประโยชน์สาธารณะ หรือปฏิบัติหน้าที่ในการใช้อำนาจรัฐ หรือฐานทางกฎหมายอื่น ๆ ตามที่กฎหมายว่าด้วยการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลกำหนด แล้วแต่กรณี ซึ่งในประกาศฉบับนี้ บริษัทฯ จะประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลของท่าน ตามวัตถุประสงค์ และฐานทางกฎหมาย ดังต่อไปนี้

ลำดับวัตถุประสงค์ฐานทางกฎหมาย
1การถ่ายภาพนิ่ง หรือภาพเคลื่อนไหว ที่ไม่ใช่ลักษณะการถ่ายภาพเจาะจง เฉพาะบุคคล และการถ่ายภาพบรรยากาศการจัดกิจกรรม (ภาพหมู่) งานนิทรรศการ บรรยากาศการเรียน และการจัดอบรม ประชุม เพื่อวัตถุประสงค์ในการสื่อสาร และเผยแพร่ เกี่ยวกับการจัดกิจกรรมของบริษัทฯ ผ่านช่องทางสื่อต่าง ๆ เช่น เว็บไซต์ เฟซบุ๊ก อินสตาแกรม สื่อ ช่องทางออนไลน์อื่น ๆ รวมถึงช่องทางการสื่อสารต่าง ๆ ของบริษัทฯเพื่อประโยชน์โดยชอบด้วยกฎหมาย
2การประมวลผลตามสัญญาอนุญาตให้ใช้ถ่ายภาพนิ่ง หรือภาพเคลื่อนไหว ชื่อ-นามสกุล และผลงาน โดยได้รับสิ่งตอบแทนการปฏิบัติตามสัญญา
3การถ่ายภาพนิ่ง หรือภาพเคลื่อนไหว ในลักษณะเจาะจง หรือเป็นภาพถ่ายเฉพาะบุคคล หรือการใช้ชื่อ-นามสกุล และผลงาน เพื่อประกอบภาพถ่ายและภาพเคลื่อนไหว เพื่อนำไปใช้ในเชิงธุรกิจตามความเหมาะสมและตามวัตถุประสงค์ของบริษัทฯ เช่น การโฆษณา การประชาสัมพันธ์ การส่งเสริมการขาย ผ่านช่องทางต่าง ๆ เช่น เว็บไซต์ เฟซบุ๊ก อินสตาแกรม สื่อ ช่องทางออนไลน์อื่น ๆ รวมถึงในที่สาธารณชนต่าง ๆความยินยอม
4การถ่ายภาพนิ่ง หรือภาพเคลื่อนไหว ในกรณีที่เป็นการบันทึกภาพถ่ายสำคัญ เนื่องจากเป็นผู้โชคดีในการรับรางวัล หรือเป็นผู้ที่ได้รับการคัดเลือกให้เข้ารับรางวัลใด ๆ ในการจัดกิจกรรม การติดต่อเพื่อส่งมอบของรางวัล การเข้าร่วมสนุกในกิจกรรม งานนิทรรศการ งานแสดงสินค้า และการจัดอบรม ประชุมสัมมนา ทั้งในรูปแบบออนไลน์ และออฟไลน์ หรือการจัดกิจกรรมต่าง ๆ ที่บริษัทฯ กำหนดเงื่อนไขข้อผูกพันก่อนการเข้าร่วมกิจกรรม เพื่อวัตถุประสงค์ในการสื่อสาร และเผยแพร่ ประกาศให้บุคคลอื่นทราบ เกี่ยวกับการจัดกิจกรรมของบริษัทฯ ผ่านช่องทางสื่อต่าง ๆ ที่บริษัทฯ เห็นสมควรการปฏิบัติตามสัญญา/เพื่อประโยชน์โดยชอบด้วยกฎหมาย
5การถ่ายภาพนิ่ง หรือภาพเคลื่อนไหว เพื่อใช้เป็นหลักฐาน ประกอบการยืนยันตัวตน และใช้ตรวจสอบภายในบริษัทฯประโยชน์โดยชอบด้วยกฎหมาย

ข้อ 3. การเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคล

  • 3.1 บริษัทในเครือ และบริษัทอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้อง ตามรายชื่อที่ปรากฏบนเว็บไซต์ www.bslclinic.com ที่มีข้อตกลงร่วมกัน ทั้งนี้ ให้หมายความรวมถึง กรรมการผู้จัดการ ผู้บริหาร พนักงาน และ/หรือบุคลากรภายในของบริษัทฯ ดังกล่าวเท่าที่เกี่ยวข้อง และตามความจำเป็นเพื่อการประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลของท่าน
  • 3.2 ผู้ให้บริการและผู้ประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลที่บริษัทฯ มอบหมายหรือว่าจ้างให้ทำหน้าที่บริหารจัดการหรือประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลให้แก่บริษัทฯ ในการให้บริการต่าง ๆ รวมถึง ผู้ที่ทำหน้าที่ในนามบริษัทฯ หรือร่วมกับบริษัทฯ เพื่อดำเนินวัตถุประสงค์ที่เกี่ยวข้องตามที่ระบุในประกาศฉบับนี้ และมีความจำเป็นต้องได้รับข้อมูลส่วนบุคคลของท่าน เช่น การให้บริการด้านเทคโนโลยีสารสนเทศ ธุรกิจร่วม (Co-Brand Partners) ผู้ออกแบบผลิตภัณฑ์ ผู้สนับสนุน (Sponsor) ช่างภาพ ผู้รับจ้างที่บริษัทฯ ได้ว่าจ้างให้ดำเนินการจัดงาน และจัดกิจกรรมต่าง ๆ หรือบริการอื่นใดที่อาจเป็นประโยชน์ต่อท่าน หรือเกี่ยวข้องกับการดำเนินธุรกิจของบริษัทฯ ซึ่งมีความจำเป็นอย่างสมเหตุสมผลที่ต้องเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลของท่านเพื่อทำให้บรรลุตามวัตถุประสงค์ทางธุรกิจของบริษัทฯ
  • 3.3 หน่วยงานของรัฐที่มีอำนาจในการขอข้อมูลส่วนบุคคล เช่น สำนักงานตำรวจแห่งชาติ สำนักงานอัยการ ศาล หรือเจ้าหน้าที่ของรัฐที่มีอำนาจในการขอข้อมูลส่วนบุคคล เช่น พนักงานสอบสวน อัยการ เป็นต้น

บริษัทฯ จะกำหนดให้ผู้ที่ได้รับข้อมูลมีมาตรการปกป้องข้อมูลของท่านอย่างเหมาะสม และประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลดังกล่าวเท่าที่จำเป็นเท่านั้น และจะดำเนินการเพื่อป้องกันไม่ให้มีการใช้ หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลโดยปราศจากอำนาจโดยมิชอบ รวมถึงจะดำเนินการภายใต้วัตถุประสงค์ที่กำหนดในประกาศฉบับนี้ หรือวัตถุประสงค์อื่นที่กฎหมายกำหนดให้กระทำได้เท่านั้น โดยในกรณีที่กฎหมายกำหนดว่าต้องได้รับความยินยอมจากท่าน บริษัทฯ จะขอความยินยอมจากท่านก่อน


ข้อ 4. การส่งหรือโอนข้อมูลส่วนบุคคลไปต่างประเทศ

บริษัทฯ อาจเก็บข้อมูลของท่านบนคอมพิวเตอร์เซิร์ฟเวอร์ หรือคลาวด์ที่ให้บริการโดยบุคคลอื่น และอาจใช้โปรแกรมหรือแอปพลิเคชันของบุคคลอื่นในรูปแบบของการให้บริการซอฟต์แวร์สำเร็จรูปและรูปแบบของการให้บริการแพลตฟอร์มสำเร็จรูปในการประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลของท่าน แต่บริษัทฯ จะไม่อนุญาตให้บุคคลที่ไม่เกี่ยวข้องสามารถเข้าถึงข้อมูลส่วนบุคคลได้ และจะกำหนดให้บุคคลอื่นเหล่านั้นต้องมีมาตรการคุ้มครองความมั่นคงปลอดภัยที่เหมาะสม

ในกรณีที่บริษัทฯ ส่งหรือโอนข้อมูลส่วนบุคคลของท่านไปต่างประเทศ บริษัทฯ จะดำเนินการเพื่อทำให้แน่ใจว่าประเทศปลายทาง องค์การระหว่างประเทศ หรือผู้รับข้อมูลในต่างประเทศนั้นมีมาตรฐานการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลที่เพียงพอหรือเพื่อทำให้แน่ใจว่าการส่งหรือโอนข้อมูลส่วนบุคคลของท่านไปต่างประเทศเป็นไปตามหลักเกณฑ์ที่กฎหมายว่าด้วยการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลกำหนด โดยในบางกรณี บริษัทฯ อาจขอความยินยอมของท่านสำหรับการส่งหรือโอนข้อมูลส่วนบุคคลของท่านไปยังต่างประเทศดังกล่าว


ข้อ 5. ระยะเวลาในการเก็บข้อมูลส่วนบุคคล

  • 5.1 บริษัทฯ จะเก็บข้อมูลส่วนบุคคลเท่าที่มีความจำเป็น เพื่อวัตถุประสงค์ของการประมวลผล ตามที่ระบุในประกาศฉบับนี้ แบ่งได้ดังนี้
    • 5.1.1 กรณีที่บริษัทฯ ใช้ข้อมูลส่วนบุคคลของท่านโดยขอความยินยอมจากท่าน บริษัทฯ จะประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลดังกล่าวจนกว่าท่านจะแจ้งขอยกเลิกความยินยอม
    • 5.1.2 กรณีที่ท่านให้ข้อมูลแก่บริษัทฯ ในฐานะที่ท่านเป็นคู่สัญญาบริษัทฯ จะเก็บข้อมูลท่านไว้ตราบเท่าที่จำเป็นเพื่อให้บริการแก่ท่านตามระยะเวลาในสัญญา และจะเก็บต่อไปอีก 5 (ห้า) ปี นับถัดจากปีที่สิ้นสุดความสัมพันธ์หรือสิ้นสุดสัญญา
    • 5.1.3 กรณีที่ท่านให้ข้อมูลแก่บริษัทฯ ในฐานะที่ท่านเป็นผู้ลงทะเบียนเข้าร่วมกิจกรรม ผู้เข้าร่วมอบรม สัมมนา บริษัทฯ จะเก็บข้อมูลท่านไว้ตราบเท่าที่จำเป็นเพื่อให้บริการแก่ท่าน และจะเก็บต่อไปอีก 5 (ห้า) ปี นับถัดจากปีที่สิ้นสุดความสัมพันธ์
    • 5.1.4 กรณีมีการขอใช้สิทธิตามที่ระบุในประกาศฉบับนี้ บริษัทฯ จะเก็บหลักฐานประวัติการใช้สิทธิตามกฎหมายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลไว้ 5 (ห้า) ปี นับถัดจากปีบริษัทฯ พิจารณาคำขอของท่านแล้วเสร็จ
    • 5.1.5 กรณีอื่น ๆ บริษัทฯ จะเก็บรักษาข้อมูลส่วนบุคคลของท่านไว้ตราบเท่าที่จำเป็นตามสมควรเพื่อปฏิบัติตามหน้าที่ของบริษัทฯ และเพื่อให้บรรลุวัตถุประสงค์ที่กำหนดไว้ในประกาศนี้ กรณีที่ไม่สามารถกำหนดระยะเวลาการเก็บรักษาข้อมูลส่วนบุคคลได้ชัดเจน บริษัทฯ จะเก็บรักษาข้อมูลไว้ตามระยะเวลาที่อาจคาดหมายได้ตามมาตรฐานของการเก็บรวบรวม (เช่น อายุความตามกฎหมายทั่วไปสูงสุด 10 ปี) ทั้งนี้ หากมีการดำเนินการทางศาล ข้อมูลส่วนบุคคลของท่านอาจถูกจัดเก็บไว้จนกว่าจะสิ้นสุดการดำเนินการดังกล่าว รวมถึงระยะเวลาใด ๆ ในการดำเนินการที่จำเป็นเพื่อให้บรรลุวัตถุประสงค์ จากนั้นข้อมูลของท่านจะถูกลบหรือเก็บตามที่กฎหมายอนุญาต
  • 5.2 เมื่อพ้นระยะเวลาที่กำหนดแล้ว บริษัทฯ จะดำเนินการลบ ทำลาย ทำให้ข้อมูลส่วนบุคคลดังกล่าวเป็นข้อมูลที่ไม่สามารถระบุตัวบุคคลที่เป็นเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลได้ หรือดำเนินการอื่นใดตามที่กฎหมายว่าด้วยการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลกำหนด เพื่อให้การคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ อย่างไรก็ตาม บริษัทฯ จะเก็บรักษาข้อมูลบางอย่างไว้นานกว่าที่ระบุข้างต้น หากจำเป็นที่จะต้องปฏิบัติตามกฎหมาย หรือเป็นการปฏิบัติตามคำสั่งของเจ้าพนักงาน หรือหน่วยงานของรัฐที่มีอำนาจผู้เกี่ยวข้อง และเพื่อวัตถุประสงค์ทางธุรกิจหรือโดยชอบตามกฎหมาย

ข้อ 6. สิทธิของเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคล

บริษัทฯ เคารพสิทธิส่วนบุคคลของท่าน และเปิดโอกาสให้ท่านสามารถเลือกวิธีการควบคุม หรือวิธีการที่บริษัทฯ ใช้ติดต่อท่าน โดยบริษัทฯ จะปฏิบัติตามที่ท่านได้ร้องขอ เพื่อช่วยให้เกิดความโปร่งใส และเพื่อคุณภาพของข้อมูล และความถูกต้องของข้อมูล ท่านมีสิทธิตามกฎหมายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลโดยท่านสามารถส่งคำขอให้บริษัทฯ ทราบเป็นลายลักษณ์อักษรผ่านช่องทางที่บริษัทฯ กำหนดในการดำเนินการตามสิทธิ ดังต่อไปนี้

  • 6.1 สิทธิ์ขอเพิกถอนความยินยอม : หาก “คนไข้” ได้ให้ความยินยอมในการประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคล (ไม่ว่าจะเป็นความยินยอมที่ “คนไข้” ให้ไว้ก่อนวันที่กฎหมายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลใช้บังคับหรือหลังจากนั้น) “คนไข้” มีสิทธิ์ที่จะถอนความยินยอมเมื่อใดก็ได้ตลอดระยะเวลาที่ข้อมูลส่วนบุคคลของ “คนไข้” อยู่กับบริษัทฯ โดยการเพิกถอนความยินยอมไม่ส่งผลกระทบต่อการประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลที่ “คนไข้” ได้ให้ความยินยอมไว้แล้วโดยชอบ เว้นแต่มีข้อจำกัดสิทธิ์นั้นโดยกฎหมาย หรือโดยสภาพไม่สามารถถอนความยินยอมได้ หรือมีสัญญาระหว่าง “คนไข้” กับบริษัทฯ ที่ให้ประโยชน์แก่ “คนไข้” อยู่ หรืออาจส่งผลให้บริษัทฯ ไม่สามารถดำเนินการเพื่อบรรลุวัตถุประสงค์บางส่วน หรือทั้งหมดตามที่ระบุไว้ในเอกสารฉบับนี้ได้

ทั้งนี้ การถอนความยินยอมของ “คนไข้” อาจส่งผลกระทบต่อ “คนไข้” จากการใช้บริการต่าง ๆ เช่น “คนไข้” จะไม่ได้รับสิทธิประโยชน์ โปรโมชั่น หรือข้อเสนอใหม่ ๆ ไม่ได้รับบริการที่สอดคล้องกับความต้องการของ “คนไข้” หรือไม่ได้รับข้อมูลข่าวสารอันเป็นประโยชน์ เป็นต้น เพื่อประโยชน์ของ “คนไข้” จึงควรศึกษาและสอบถามถึงผลกระทบก่อนใช้สิทธิ์ขอถอนความยินยอม

  • 6.2 สิทธิ์ในการเข้าถึงข้อมูลส่วนบุคคล : “คนไข้” มีสิทธิ์ขอเข้าถึงข้อมูลส่วนบุคคลของ “คนไข้” ที่อยู่ในความรับผิดชอบของบริษัทฯ และขอให้บริษัทฯ ทำสำเนาข้อมูลดังกล่าวให้แก่ “คนไข้” รวมถึงขอให้บริษัทฯ แบ่งปันว่าบริษัทฯ ได้ข้อมูลส่วนบุคคลของ “คนไข้” มาได้อย่างไร เว้นแต่กรณีที่บริษัทฯ มีสิทธิ์ปฏิเสธคำขอของ “คนไข้” ตามกฎหมาย หรือคำสั่งของศาล หรือกรณีที่คำขอของ “คนไข้” จะมีผลกระทบที่อาจก่อให้เกิดความเสียหายต่อสิทธิและเสรีภาพของบุคคลอื่น
  • 6.3 สิทธิ์ในการให้โอนย้ายข้อมูลส่วนบุคคล : “คนไข้” มีสิทธิ์ขอให้โอนข้อมูลส่วนบุคคลของ “คนไข้” ในกรณีที่บริษัทฯ ได้จัดทำข้อมูลส่วนบุคคลนั้นอยู่ในรูปแบบให้สามารถอ่านหรือใช้งานได้ด้วยเครื่องมือ หรืออุปกรณ์ที่ทำงานได้โดยอัตโนมัติ และสามารถใช้หรือแบ่งปันข้อมูลส่วนบุคคลได้ด้วยวิธีการอัตโนมัติ รวมทั้งมีสิทธิ์ขอให้บริษัทฯ ส่งหรือโอนข้อมูลส่วนบุคคลในรูปแบบดังกล่าวไปยังผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคลอื่นเมื่อสามารถทำได้ด้วยวิธีการอัตโนมัติ และมีสิทธิ์ขอรับข้อมูลส่วนบุคคลที่บริษัทฯ ส่งหรือโอนข้อมูลส่วนบุคคลในรูปแบบดังกล่าวไปยัง ผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคลอื่นโดยตรง เว้นแต่ไม่สามารถดำเนินการได้เพราะเหตุทางเทคนิค
  • 6.4 สิทธิ์ขอคัดค้าน : “คนไข้” มีสิทธิ์ขอคัดค้านการประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลของ “คนไข้” ในเวลาใดก็ได้ หากการประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลของ “คนไข้” ทำขึ้นเพื่อการดำเนินงานที่จำเป็นภายใต้ประโยชน์โดยชอบด้วยกฎหมายของบริษัทฯ หรือของบุคคล หรือนิติบุคคลอื่นโดยไม่เกินขอบเขตที่ “คนไข้” สามารถคาดหมายได้อย่างสมเหตุสมผล หรือเพื่อดำเนินการตามภารกิจเพื่อสาธารณประโยชน์ หรือเพื่อวัตถุประสงค์เกี่ยวกับการตลาด หรือเพื่อวัตถุประสงค์เกี่ยวกับการศึกษาวิจัยทางวิทยาศาสตร์ หรือสถิติ

หาก “คนไข้” ยื่นคัดค้าน บริษัทฯ จะยังคงดำเนินการประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลของ “คนไข้” ต่อไป เฉพาะที่บริษัทฯ สามารถแสดงเหตุผลตามกฎหมายได้ว่ามีความสำคัญยิ่งกว่าสิทธิ์ขั้นพื้นฐานของ “คนไข้” หรือเป็นไปเพื่อการยืนยันสิทธิ์ตามกฎหมาย การปฏิบัติตามกฎหมาย หรือการต่อสู้ในการฟ้องร้องตามกฎหมาย ตามแต่ละกรณี

  • 6.5 สิทธิ์ขอให้ลบหรือทำลายข้อมูล : “คนไข้” มีสิทธิ์ขอลบหรือทำลายข้อมูลส่วนบุคคลของ “คนไข้” หรือทำให้ข้อมูลส่วนบุคคลเป็นข้อมูลที่ไม่สามารถระบุตัวตนของ “คนไข้” ได้ หาก “คนไข้” เชื่อว่าข้อมูลส่วนบุคคลของ “คนไข้” ถูกประมวลผลโดยไม่ถูกต้องตามกฎหมายที่เกี่ยวข้อง หรือเห็นว่าเป็นกรณีที่บริษัทฯ หมดความจำเป็นในการเก็บรักษาไว้ตามวัตถุประสงค์ที่เกี่ยวข้องในประกาศฉบับนี้ หรือเมื่อบริษัทฯ เห็นว่าสามารถปฏิบัติตามที่ “คนไข้” ได้ใช้สิทธิ์ขอถอนความยินยอมหรือใช้สิทธิ์ขอคัดค้านตามที่แจ้งไว้ข้างต้นแล้ว
  • 6.6 สิทธิ์ขอให้ระงับการใช้ข้อมูล: “คนไข้” มีสิทธิ์ขอให้ระงับการใช้ข้อมูลส่วนบุคคลชั่วคราวในกรณีที่บริษัทฯ อยู่ระหว่างตรวจสอบตามคำร้องขอใช้สิทธิ์ขอแก้ไขข้อมูลส่วนบุคคล หรือขอคัดค้านของ “คนไข้” หรือกรณีอื่นใด ที่บริษัทฯ หมดความจำเป็นและต้องลบหรือทำลายข้อมูลส่วนบุคคลของ “คนไข้” ตามกฎหมายที่เกี่ยวข้องแต่ “คนไข้” ขอให้บริษัทฯ ระงับการใช้ข้อมูลส่วนบุคคลแทน
  • 6.7 สิทธิ์ขอให้แก้ไขข้อมูล : หาก “คนไข้” เห็นว่า ข้อมูลส่วนบุคคลของ “คนไข้” ไม่ถูกต้องตามที่เป็นจริง “คนไข้” สามารถแจ้งบริษัทฯ เพื่อให้แก้ไข หรือเปลี่ยนแปลงข้อมูลส่วนบุคคลของ “คนไข้” ให้ถูกต้อง หรือเพิ่มเติมข้อมูลที่ให้เป็นปัจจุบัน สมบูรณ์ และไม่ก่อให้เกิดความเข้าใจผิดได้

ทั้งนี้ หาก “คนไข้” ประสงค์จะขอแก้ไขข้อมูลเกี่ยวกับภาพ บริษัทฯ จะทำการแก้ไขเฉพาะรายการข้อมูลที่เกี่ยวกับภาพของ “คนไข้” เพื่อให้ถูกต้องตามความจำเป็นของบริษัทฯ ที่ชอบด้วยกฎหมาย และในกรณีที่การดำเนินการตามคำขอก่อให้เกิดค่าใช้จ่ายบริษัทฯ อาจเรียกเก็บค่าใช้จ่ายดังกล่าว โดยในกรณีบริษัทฯ มีเหตุให้ปฏิเสธคำร้องขอของ “คนไข้” บริษัท จะจัดทำบันทึกการปฏิเสธคำขอ พร้อมด้วยเหตุผลไว้เป็นหลักฐานด้วย

  • 6.8 สิทธิ์ร้องเรียน : “คนไข้” มีสิทธิ์ร้องเรียนต่อบริษัทฯ ผ่านช่องทางเว็บไซต์ โดยเลือกแบบฟอร์มร้องเรียนการประมวลผลข้อมูลในเว็บไซต์ของบริษัทฯ หาก “คนไข้” เชื่อว่าการประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคล เป็นการกระทำในลักษณะที่ฝ่าฝืน หรือไม่ปฏิบัติตามกฎหมายที่เกี่ยวข้อง

ข้อ 7. “คนไข้” จะใช้สิทธิ์ตามกฎหมายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลได้อย่างไร

  • 7.1 ในกรณีที่ “คนไข้” ประสงค์จะจัดการถอนความยินยอมที่ “คนไข้” ให้ไว้ “คนไข้” สามารถกดเข้าไปที่ การตั้งค่าในแอปพลิเคชัน หรือ “คนไข้” สามารถกรอก แบบฟอร์มคำขอถอนความยินยอม ผ่านช่องทางเว็บไซต์ของบริษัทฯ หรือในกรณีที่ “คนไข้” จะใช้สิทธิ์อื่น ๆ ตามที่ระบุในข้อ 12 “คนไข้” สามารถกรอก แบบฟอร์มคำขอใช้สิทธิของเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคล ผ่านช่องทางเว็บไซต์ของบริษัทฯ ได้ โดยบริษัทฯ จะพิจารณาและแจ้งผลการพิจารณาตามคำร้องของ “คนไข้” ภายใน 30 (สามสิบ) วัน นับแต่วันที่บริษัทฯ ได้รับคำร้องขอดังกล่าว อย่างไรก็ตาม บริษัทฯ สามารถปฏิเสธการใช้สิทธิ์ของ “คนไข้” ได้ภายใต้เงื่อนไขตามที่กฎหมายกำหนด ทั้งนี้ หากบริษัทฯ ไม่สามารถดำเนินการตามคำขอของ “คนไข้” ได้ บริษัทฯ จะทำการบันทึกการปฏิเสธคำขอพร้อมด้วยเหตุผลไว้
  • 7.2 บริษัทฯ จะพยายามอย่างเต็มที่ตามความสามารถของระบบงานที่เกี่ยวข้องเพื่ออำนวยความสะดวกและดำเนินการตามคำร้องขอของ “คนไข้” เว้นแต่จะปรากฏข้อเท็จจริงว่า การดำเนินการตามคำร้องขอนั้นเสี่ยงต่อการละเมิดสิทธิและเสรีภาพของผู้ใช้งานรายอื่น หรือเป็นการขัดต่อกฎหมาย หรือนโยบายความปลอดภัยของระบบ หรือกรณีที่เป็นการพ้นวิสัยในทางปฏิบัติตามคำร้องขอเนื่องมาจากเหตุทางเทคนิค
  • 7.3 ในบางสถานการณ์บริษัทฯ อาจขอให้ “คนไข้” พิสูจน์ตัวตนของ “คนไข้” ก่อนการใช้สิทธิ์เพื่อความปลอดภัยของ “คนไข้” เอง โดยบางครั้งอาจเกิดข้อจำกัดในการขอใช้สิทธิ์ของ “คนไข้” บางประการหรืออาจเกิดค่าใช้จ่าย ซึ่งบริษัทฯ จะทำการชี้แจงให้ “คนไข้” ทราบหากไม่สามารถปฏิบัติตามคำร้องขอใช้สิทธิ์ของ “คนไข้” ได้ หรือจะแจ้งให้ “คนไข้” ทราบ หากบริษัทฯ จำเป็นต้องเรียกเก็บค่าใช้จ่ายเกี่ยวกับการดำเนินการตามที่ “คนไข้” ร้องขอ
  • 7.4 บริษัทฯ ดูแลข้อมูลส่วนบุคคลของ “คนไข้” ให้ปลอดภัยอย่างไร บริษัทฯ กำหนดให้มีมาตรการรักษาความมั่นคงปลอดภัยของข้อมูลส่วนบุคคลที่เหมาะสม เพื่อป้องกันการสูญหาย การเข้าถึง การใช้ การเปลี่ยนแปลง การแก้ไข หรือการแบ่งปันข้อมูลส่วนบุคคลโดยไม่มีอำนาจหรือโดยขัดต่อกฎหมาย ซึ่งสอดคล้องกับนโยบาย และวิธีปฏิบัติด้านความมั่นคงปลอดภัยสารสนเทศ และนโยบายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล (Privacy Policy)
  • 7.5 “คนไข้” จะติดต่อสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้อย่างไร บริษัทฯ ได้มอบหมายให้เจ้าหน้าที่คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล (Data Protection Officer) บริษัท บีเอสแอลคลินิก จำกัด เป็นผู้ประสานงานเกี่ยวกับการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลของบริษัทฯ ในกรณีที่ “คนไข้” เห็นว่าการประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคล ไม่เป็นไปตามพระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ 2562 หรือมีข้อเสนอแนะ ข้อสงสัย หรือต้องการสอบถามข้อมูลเกี่ยวกับรายละเอียดการเก็บรวบรวม ใช้ และ/หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคล รวมถึงการขอใช้สิทธิ์ตามประกาศฉบับนี้ “คนไข้” สามารถติดต่อสอบถาม หรือร้องเรียนได้ผ่านช่องทาง ดังนี้

เรื่องเกี่ยวกับข้อมูลส่วนบุคคล : ติดต่อเจ้าหน้าที่คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล: (Data Protection Officer)

  • Email : [email protected] และ ต้องกรอกข้อมูล Link
  • ที่อยู่ : จำกัด เลขที่ 30/8 ถนนศาลาแดง แขวงสีลม เขตบางรัก กทม 10500
  • หมายเลขโทรศัพท์ : 02-2338858, 02-2358859
  • วันและเวลาทำการ : จันทร์-ศุกร์ : 09:00- 18:00 น.

ข้อ 8. การแก้ไขเปลี่ยนแปลง

บริษัทฯ ขอสงวนสิทธิ์ในการแก้ไข ทบทวน และปรับปรุงประกาศความเป็นส่วนตัวที่จะมีผลบังคับใช้ ณ วัน-เวลาที่ได้เผยแพร่ต่อไปโดยมิต้องแจ้งให้ท่านทราบล่วงหน้า ทั้งนี้ เพื่อความเหมาะสมและมีประสิทธิภาพในการให้บริการ ดังนั้น บริษัทฯ จึงขอแนะนำให้ท่านอ่านประกาศความเป็นส่วนตัวทุกครั้งที่เยี่ยมชม หรือใช้บริการจากบริษัทฯ หรือเว็บไซต์ของบริษัทฯ

ประกาศ ณ วันที่ 31 พฤษภาคม 2565

icon email